“จึงได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากความตายหนีรอดออกมาได้”
“พี่หญิงได้รับบาดเจ็บเพราะข้า มีไข้สูงติดต่อกันหลายวันจนเกือบเสียชีวิต แต่ขณะที่พี่หญิงหมดสติก็เอ่ยสั่งเสียอย่างหนักแน่น มิให้หมอแจ้งความจริงแก่เสด็จพ่อและเสด็จแม่”
“สาเหตุพี่หญิงได้รับบาดเจ็บจึงถูกปกปิดไว้”
“เพื่อช่วยให้ข้ารอดพ้นจากการลงโทษ”
“ภายหลังที่พี่หญิงสิ้นชีพ ข้าเกือบจะตามไปด้วยแล้ว”
“เสด็จพ่อบอกข้าว่า มีนักบวชผู้ทรงฤทธิ์สามารถช่วยพี่หญิงให้ฟื้นคืนชีพได้”
“ดังนั้นจึงมีหล่างชิ่นมา”
“เสด็จพ่อกล่าวว่า นางคือพี่หญิงที่ฟื้นคืนชีพแล้ว เพียงแต่สูญเสียความทรงจำในวัยเยาว์ไป ข้าจึงเชื่อ”
“ถึงแม้ว่านิสัยของนางจะเปลี่ยนไป แต่ข้าก็ยังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะชดเชยและทำดีกับนาง”
“อาจเป็นเพราะข้าหลอกตัวเองเพื่อลดความรู้สึกผิดในใจของตัวข้าเองมาโดยตลอด”
น้ำเสียงของหล่างมู่หนักอึ้ง
เมื่อลั่วชิงยวนได้ฟังจบก็รู้สึกตกตะลึงในใจ
ดังนั้นหล่างชิ่นจึงมิใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของราชาเผ่านอกด่าน การปรากฏตัวของนางเป็นเพียงการหลอกลวงของราชาเผ่านอกด่าน เพื่อเป็นกำลังใจให้หล่างมู่มีชีวิตอยู่ต่อไป
จึงมิน่าแปลกใจที่หล่างมู่ไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน มิได้คิดที่จะแย่งชิงบัลลังก์กับหล่างชิ่นเลย
ลั่วชิงยวนถามด้วยความสงสัย “เช่นนั้นการสิ้นชีพของหยวนหนิงก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับการที่นางตัดเนื้อตัวเองใช่หรือไม่?”
หล่างมู่พยักหน้า “เนื่องจากปกปิดเรื่องนี้ไว้ บาดแผลของนางจึงมิได้รับการรักษาอย่างดี”
“ภายหลังนางป่วยเพราะพิษบาดแผล ทำให้บาดแผลกำเริบ เมื่อได้รับการช่วยเหลือก็สายเกินไปแล้ว”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็ตกใจ
“แล้วเหตุใดต้องปกปิดด้วย?”
หล่างมู่ตอบ “ในวันที่พี่หญิงเกิด ท้องฟ้ามีลางบอกเหตุ นางได้รับการยกย่องจากผู้คนในเผ่าว่าเป็นเทพธิดา เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ที่ดีที่สุดอย่างมิต้องสงสัย”
“เผ่าให้ความสำคัญแก่นางมากกว่าข้ามาก”
“หากนางได้รับบาดเจ็บเพราะข้า ข้าอาจถูกประหารชีวิตได้”
“แต่หลังจากพี่หญิงสิ้นชีพ ข้ากลับยินดีที่จะถูกประหารชีวิต”
เมื่อได้ฟังจบ ลั่วชิงยวนก็รู้สึกอึดอัดใจ
กองไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้น ชายหญิงต่างล้อมรอบกองไฟ ร้องเพลงและเต้นรำ
บรรยากาศเป็นไปอย่างสมัครสมานกลมเกลียว
“มิใช่ว่าเผ่าต่าง ๆ มิสามัคคีกันหรอกหรือ?” ลั่วชิงยวนถามด้วยความสงสัย
หล่างมู่ตอบ “หากมิสามัคคีกันก็คงมิร่วมกันโจมตีแคว้นเทียนเชวียหรอกขอรับ”
“หลังจากเสด็จพ่อป่วยหล่างชิ่นได้ขึ้นเป็นผู้นำเผ่าต่าง ๆ ทุกคนจึงมิพอใจนาง”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็พยักหน้าเพราะเห็นว่าสมเหตุสมผล
“เป็นเช่นนั้นเอง หล่างชิ่นมิได้รับความนิยมเช่นนั้นหรือ?”
หล่างมู่ตอบ “นางเป็นคนแข็งกร้าว ต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการ”
“มิค่อยสนใจความสัมพันธ์กับผู้อื่น จะต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้มิว่าจะต้องใช้วิธีใด จึงมีผู้คนมากมายมิชอบนางขอรับ”
“แล้วการร่วมมือกับตระกูลเหยียนเป็นความคิดของนางเองหรือ?”
“ความจริงแล้วเหตุผลที่หล่างชิ่นร่วมมือกับตระกูลเหยียนก็เพราะความเห็นแก่ตัวของนางเอง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...