“ท่านอ๋องรออยู่นานแล้วเจ้าค่ะ!” จือเฉายิ้มอย่างมีเลศนัย
ลั่วชิงยวนลุกขึ้นเดินออกจากห้อง เมื่อมาถึงลานหน้าตำหนักก็เห็นฟู่เฉินหวนยืนกอดอกรอนางอยู่
“ซูโหยว จัดการเรื่องการเดินทางเถิด ข้าจะมอบตำหนักอ๋องให้เจ้าดูแล”
ซูโหยวตอบว่า “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
“ออกเดินทางหรือเพคะ?” ลั่วชิงยวนสงสัย
ฟู่เฉินหวนจับมือนางอย่างอ่อนโยน “เจ้ามิได้ต้องการไปซีหยางหรือ หากมิออกเดินทางก็จะไปมิทันงานเทศกาลโคมไฟที่ซีหยางสิ”
ลั่วชิงยวนยังคงงัวเงียจึงถูกพาขึ้นรถม้าไปโดยมิรู้ตัว
เมื่อขบวนเริ่มออกเดินทาง ลั่วชิงยวนจึงนึกขึ้นได้ว่าลืมใครไปคนหนึ่ง
“ช้าก่อนเพคะ ยังมิได้พาลั่วอวิ๋นสี่ไปด้วย”
ฟู่เฉินหวนดึงนางกลับมา
ลั่วชิงยวนจึงนั่งลงบนตักของเขา แล้วฟู่เฉินหวนก็โอบกอดนางไว้
“ข้าได้บอกนางไปแล้ว นางจะไปซีหยางเอง มิต้องไปพร้อมกับเรา”
ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อย “ท่านตื่นเช้าถึงเพียงนั้นเลยหรือเพคะ? จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนยกยิ้มมุมปาก “อย่างไรเสียก็ตื่นก่อนเจ้า”
พูดจบเขาก็เข้าไปใกล้แล้วกระซิบถาม “ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนรู้สึกว่าใบหูร้อนผ่าวทันใด “ท่านพูดอะไรเพคะ”
ฟู่เฉินหวนจับมือของนางเบา ๆ แล้วปลอบโยน “เช่นนั้นครั้งหน้าข้าจะเบาลง”
พูดจบก็ให้ขบวนรถม้าชะลอความเร็วลงด้วย
เพราะเกรงว่าจะทำให้ร่างกายของนางกระทบกระเทือน
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ท่านบอกว่าหากไปช้าก็จะไปมิทันงานเทศกาลโคมไฟที่ซีหยางมิใช่หรือเพคะ? ด้วยความเร็วเช่นนี้จะไปถึงซีหยางเมื่อไรกัน?”
ฟู่เฉินหวนยิ้มอย่างมีเลศนัย “เชื่อใจข้าเถิด ไปทันแน่นอน”
“ดูท่าเจ้าจะยังมิตื่น นอนต่อเถิด ข้าจะกอดเจ้าไว้เอง”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน
ลั่วชิงยวนจึงโอบคอของเขา แล้วซบไหล่เขาหลับไปอีกครั้งอย่างสบายใจ
เมื่อถึงยามค่ำ ลั่วชิงยวนก็ตื่นขึ้นมา
แล้วพบว่ารถม้าจอดแล้ว แต่นางยังคงอยู่ในอ้อมกอดของฟู่เฉินหวน
นางลุกขึ้นนั่ง แล้วพยายามจะยกม่านขึ้น “จอดตั้งแต่เมื่อใดเพคะ?”
แต่ฟู่เฉินหวนดึงตัวนางกลับมา
แสงหิ่งห้อยเต็มท้องฟ้า
“นี่...” ลั่วชิงยวนรู้สึกตื้นตัน
ที่นี่คือทุ่งดอกไม้ริมหน้าผา มีป่าไม้ล้อมรอบสามด้านท่ามกลางแสงสลัว
แต่ตอนนี้มีแสงหิ่งห้อยเต็มท้องฟ้าส่องสว่างไปทั่วบริเวณ
“ชอบหรือไม่” ฟู่เฉินหวนมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ชอบเพคะ!”
“ที่นี่คือที่ใด? ท่านหาเจอได้อย่างไรหรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนกล่าวว่า “สมุดที่เจ้าให้ข้าดูทำให้ข้าคิดว่าที่แห่งนี้คงหาได้ยาก แต่กลับอยู่ระหว่างทางไปซีหยางพอดี”
ลั่วชิงยวนตกใจ นี่คือสถานที่ที่บันทึกไว้ในสมุดของท่านอาเจ๋อเฉิง
ฟู่เฉินหวนกลับจำได้
ลั่วชิงยวนดีใจมาก นางโอบกอดเขา “ขอบพระทัยท่านเพคะ”
ฟู่เฉินหวนลูบผมของนางแล้วกระซิบแผ่วเบา “ข้าทำผิดพลาดไปมากมาย มิรู้จะชดใช้ได้อย่างไร จึงพยายามทำให้เจ้ามีความสุขเพื่อชดเชยที่เคยทำให้เจ้าเสียใจในอดีต”
ลั่วชิงยวนเงยหน้ามองเขา แล้วถามว่า “หากให้ท่านได้รับโอกาสเลือกใหม่ ท่านจะทำอย่างไรเพคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...