ฟู่จิ่งหานมิได้ใส่ใจเรื่องนี้ แต่กลับรู้สึกผิดเล็กน้อยที่พระราชโองการนั้นทำให้ลั่วชิงยวนได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ จึงพูดว่า “มิเป็นอะไร การประลองครั้งนี้ก็มิได้ห้ามมิให้แคว้นเพื่อนเรือนเคียงเข้าร่วม”
“พระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการสามารถเอาชนะองค์ชายเผ่านอกด่าน แล้วยกให้เป็นน้องชายได้ นับว่าความสามารถเป็นที่ประจักษ์แก่ข้าแล้ว!”
“พระชายามีบาดแผล อนุญาตให้พระชายาและองค์ชายหล่างมู่ออกไปก่อนได้”
ลั่วชิงยวนก้มหน้าลงเล็กน้อย “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”
แล้วหล่างมู่ก็พยุงลั่วชิงยวนออกไป
เนื่องจากหอฝูเสวี่ยอยู่มิไกลและสามารถมองเห็นการประลองจากชั้นสามได้ ลั่วชิงยวนจึงพาหล่างมู่ไปพักผ่อนที่หอฝูเสวี่ยก่อน
ซิ่งอวี่ต้มยามาให้นางกิน
ลั่วชิงยวนนั่งข้างหน้าต่าง มองดูการประลองที่ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อเห็นฟู่อวิ๋นโจวเอาชนะทุกคนได้ นางก็รู้ว่าเขากำลังจะเข้าสู่ราชสำนักแล้ว
“พี่หญิง ยังเจ็บบาดแผลอยู่หรือไม่ขอรับ?” หล่างมู่ยกชามาให้หนึ่งถ้วย
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า “มิเป็นอะไรแล้ว บาดแผลมิสาหัส พักสักสองสามวันก็หาย”
“หล่างมู่ เจ้ามาเมืองหลวงได้อย่างไร? ในเผ่านอกด่านเกิดเรื่องใหญ่อันใดหรือไม่? รีบร้อนมาเช่นนี้เลยหรือ?”
ลั่วชิงยวนเห็นนกเหยี่ยวที่บินโฉบอยู่บนท้องฟ้า
อาเสินก็มาด้วย
หล่างมู่รีบส่ายหน้า “ทุกอย่างที่เผ่านอกด่านเรียบร้อยดี ข้ารีบมาเพราะเรื่องของพี่หญิงขอรับ”
“ข้าหรือ? เรื่องใด?” ลั่วชิงยวนสงสัย
หล่างมู่ขมวดคิ้ว “เมื่อมินานมานี้มีคนแอบอ้างเป็นคนในเผ่าของเราเพื่อไปถามไถ่เรื่องราวของพี่หญิง”
“ทั้งยังแอบอ้างเป็นข้าไปหลอกลวงเหยี่ยนหลัว”
“ถึงแม้เหยี่ยนหลัวจะมิได้บอกความลับนางมากนัก แต่นางก็รู้เรื่องพระราชวังบนภูเขา และไปที่นั่นแล้วครั้งหนึ่งด้วย”
“เมื่อข้ารู้เรื่องจึงส่งคนไปจับนาง แต่นางหนีไปได้”
“เป็นสตรี”
“อ้อ ใช่แล้ว ยังมีภาพเหมือนด้วยขอรับ”
หล่างมู่กล่าวจบก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วส่งให้ลั่วชิงยวน เมื่อลั่วชิงยวนคลี่ออกดู
ก็ตกตะลึงเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนถามว่า “แล้วที่เผ่านอกด่าน เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าจะไม่มีปัญหา?”
หล่างมู่ตอบอย่างจริงจังว่า “ไม่มีปัญหาแน่นอน! เหยี่ยนหลัวคอยดูอยู่ขอรับ!”
“อาณาเขตของเรากว้างใหญ่ แต่ละเผ่าครอบครองพื้นที่ ตราบใดที่มิเริ่มทำสงครามกับแคว้นที่แข็งแกร่งก็จะไม่มีปัญหา”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น “ก็ได้ เช่นนั้นเจ้าอยู่ที่นี่เถิด”
“แต่ต้องเชื่อฟัง ห้ามทำร้ายใครโดยพลการ”
หล่างมู่ยิ้มกว้างทันที “ได้ขอรับ ข้าจะเชื่อฟังพี่หญิง!”
เมื่อทำแผลให้หล่างมู่เสร็จแล้ว ลั่วชิงยวนก็พาหล่างมู่กลับไปยังตำหนักอ๋องแล้วจัดที่พักให้เขา
เมื่อการประลองสิ้นสุดลง ฟู่เฉินหวนก็รีบกลับตำหนัก
เขารีบไปยังห้องของลั่วชิงยวน แล้วเปิดประตูห้องด้วยใจร้อนรน
“ชิงยวน! บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
แต่ทันทีที่เปิดประตูกลับถูกชกเข้าที่ใบหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...