อาการป่วยของท่านอ๋อง โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างสาหัส ก่อนที่อาการจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซูโหยวไม่คิดจะให้ท่านอ๋องได้เจอลั่วเยวี่ยอิง
แม้ที่พระชายาพูดอาจมิใช่ความจริง แต่คอยระวังลั่วเยวี่ยอิงก็ไม่เสียหาย
ไม่ได้รับข่าวสารของฟู่เฉินหวนหลายวันติดกัน ลั่วชิงยวนก็พอเดาได้ ฟู่เฉินหวนคงหนีไปรักษาตัวด้านนอกเพราะอาการสาหัสขึ้น
นางออกเช้ากลับค่ำทุกวัน เพื่อหลบหน้าลั่วเยวี่ยอิง
ภายในตำหนักอ๋องแสนกว้างขวาง มีเพียงลั่วเยวี่ยอิงคนเดียวที่ร้องโวยวายทั้งวัน แต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจ
……
ฟู่เฉินหวนรักษาตัวเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน และเพิ่งกลับมาก่อนงานฉลองวันเกิดมหาราชครูหนึ่งวัน
คืนนี้ ลั่วเยวี่ยอิงมิกล้าร้องครวญแล้ว เพราะวันต่อมานางต้องไปเข้าร่วมงานฉลองวันเกิดมหาราชครู
เพียงแต่ใบหน้าของนางไม่มีวี่แววจะดีขึ้น จึงต้องไปงานโดยสวมผ้าคลุมหน้า
วันนี้ลั่วชิงยวนรอให้ฟู่เฉินหวนและลั่วเยวี่ยอิงออกเดินทางก่อน แล้วนางจึงออกเดินทางคนเดียว
......
ตลาดก่อนที่จะถึงจวนมหาราชครู ครึกครื้นมากเป็นพิเศษ รถม้าของผู้มาเยือนจอดอยู่บนทางอย่างเป็นระเบียบจวนจะไม่มีที่จอด
ลั่วชิงยวนเลือกที่จะลงจากรถม้าก่อน จากนั้นเดินเข้าไปประตูใหญ่ของจวนมหาราชครู
เดินไปด้านหน้าทางไม่ไกล ลั่วไห่ผิงกำลังแนะนำลั่วเยวี่ยอิงให้รู้จักกับเหล่าคุณชายตระกูลสูงศักดิ์
“ข้าได้ยินมานาน คุณหนูรองตระกูลลั่วเปี่ยมไปด้วยความงดงามและความสามารถ วันนี้ได้เจอ สมคำร่ำลือจริง ๆ ขอรับ!”
ทุกคนเอ่ยชมลั่วเยวี่ยอิงกันอย่างไม่อ้อมค้อม ลั่งไห่ผิงยิ้มแฉ่ง รู้สึกภูมิใจเป็นที่สุด
จนเมื่อลั่วชิงยวนเดินเข้าไป
รอยยิ้มของเขาค้างอยู่บนใบหน้าอย่างแข็งทื่อ
ลั่วชิงยวนมาที่นี่ได้อย่างไรกัน? เขากำชับไม่ให้นางมาแล้วแท้ ๆ !
เหตุใดกัน? นางวิ่งมาตั้งไกลเพื่อจะทำให้เขาขายหน้างั้นหรือ!
ลั่วชิงยวนยิ้มยะเยือก เดินเข้าประตูจวนนิ่ง ๆ
ลั่วไห่ผิงเพิ่งก้าวเข้ามาได้ไม่นาน หันไปเห็นลั่วชิงยวนที่เดินตามเข้ามา สีหน้าของเขาย่ำแย่จนถึงขีดสุด
เขาไม่สนใจผู้คนมากมายในงาน เอ่ยตำหนิเสียงดุ “ข้าบอกให้เจ้ากลับไป เจ้าฟังไม่รู้เรื่องหรือไร! ท่านอ๋องมิได้พาเจ้ามา ข้าก็มิได้พาเจ้ามา ไยเจ้าจะดึงดันตามมา สถานที่นี้ มิใช่ที่ที่เจ้าจะมาได้!”
น้ำเสียงที่ร้อนรนและเกลียดชังของลั่วไห่ผิง ราวกับนางเป็นสิ่งสกปรกบางอย่าง ที่เพียงแค่ก้าวสู่ประตูจวน ก็จะนำมาซึ่งความโชคร้าย
ลั่วชิงยวนไม่เอ่ยเถียงสักคำ นางมองตรงไปทางด้านหน้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยแววท้าทายและไม่ยอมแพ้
นางทำหูทวนลมต่อคำพูดของลั่วไห่ผิง เดินเข้าประตูจวนท่านมหาราชครูด้วยมาดน่าหวั่นเกรง
“วันนี้เจ้าจะทำข้าเสียหน้าที่นี่จริง ๆ ใช่ไหม? รีบไสหัวไป!” ลั่วไห่ผิงตะคอกเกรี้ยวกราด และเกือบจะลงมือ
จู่ ๆ เสียงติเตียนเยือกเย็นที่แสนน่าเกรงขามก็ดังขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...