ทั้งสองเดินตามนายท่านมู่มายังห้องโถงด้านหน้าเพื่อกินกลางวัน
เมื่อสุราและอาหารวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมก็อบอวลไปทั่วห้อง
เรียกได้ว่าเป็นมื้อที่อลังการยิ่งนัก เนื่องจากเป็นการต้อนรับนักบวชระดับสูง
“วันนี้ต้องขอบคุณท่านนักบวชระดับสูงขอรับ หากมิเช่นนั้นข้าก็มิรู้ว่าบุตรสาวของข้าจะเป็นเช่นไร” นายท่านมู่ยกจอกสุราขึ้นคารวะ
เวินซินถงยกจอกสุราขึ้นแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากดื่มสุราไปหนึ่งจอก เวินซินถงก็กล่าว “คุณหนูใหญ่ตกใจขวัญเสีย ต่อไปนี้ต้องพักผ่อนให้ดี”
นายท่านมู่พยักหน้า “ขอรับ ขอรับ ข้าจะดูแลนางให้ดี บำรุงร่างกายให้แข็งแรงแล้วค่อยส่งนางเข้าวัง”
ตระกูลมู่เป็นตระกูลที่อยู่อันดับสุดท้ายของแปดตระกูลใหญ่ หากคราวนี้บุตรสาวสามารถเข้าวัง แล้วได้รับความโปรดปรานจากองค์จักรพรรดิจนได้รับการแต่งตั้งเป็นสนม
ฐานะของตระกูลมู่ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
นายท่านมู่ทุ่มเทความรุ่งโรจน์ของทั้งตระกูลไว้กับมู่หยวนหยวนเพียงผู้เดียว
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะถาม “นายท่านมู่ ก่อนหน้านี้คุณหนูมู่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดหรือไม่?”
เมื่อได้ยินดังนั้น นายท่านมู่ก็มีสีหน้าบึ้งตึงในทันที
วางตะเกียบลงบนโต๊ะ กล่าวด้วยความขุ่นเคือง “กล่าวถึงเรื่องนี้ข้าก็โมโหนัก”
“ก่อนหน้านี้มีอันธพาลพเนจรคนหนึ่งมาหาหยวนหยวนบ่อยครั้ง ตามตื๊อมิเลิก! ข้าไล่ตีไปหลายครั้ง เขาก็ยังมิยอมแพ้!”
“คราวนี้น่าจะเป็นฝีมือของเขา!”
“หากจับตัวได้เมื่อใดข้าจะมิปล่อยเขาไปแน่!”
ลั่วชิงยวนตกตะลึงเล็กน้อย
จากคำบอกเล่าของนายท่านมู่และมู่หยวนหยวน ชายคนเดียวกันนี้กลับมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เวินซินถงได้ฟังแล้วก็หันมาจ้องมองลั่วชิงยวนอย่างเย็นชา
“เรื่องนี้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว เจ้าอย่าได้วุ่นวาย”
“ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี!”
ลั่วชิงยวนรู้สึกจนใจ นี่มิใช่เรื่องเล็กน้อย การช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากปัญหาจะต้องทำความเข้าใจเรื่องราวให้ถ่องแท้จึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างหมดจด
ศิษย์น้องผู้นี้ยังคงประมาทเหมือนเมื่อก่อน เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ น้อยเกินไป
มิรู้ว่านางได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นนักบวชระดับสูงได้อย่างไร
ตอนนี้นางเปลี่ยนไปจากเดิมราวกับเป็นคนละคน ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกแปลกแยกยิ่งนัก
หลังจากกินอาหารกันเสร็จ เวินซินถงก็เตรียมจะออกไป
แต่ลั่วชิงยวนเรียกนางไว้ “ยังไปมิได้”
“เรื่องที่ตระกูลมู่ประสบมิได้ง่ายดายอย่างที่เห็น คืนนี้จะต้องเกิดเรื่องขึ้นอีก”
กล่าวจบ ลั่วชิงยวนก็หันหลังกลับไปยังบ้านตระกูลมู่ด้วยท่าทางสง่างามยิ่งนัก มิหันกลับมาอีก
เมื่อถูกทิ้งไว้กลางทางเช่นนี้ เวินซินถงก็หน้ามืดมน สายตาเต็มไปด้วยโทสะ
สุดท้ายก็ขึ้นรถม้าจากไปด้วยความขุ่นเคือง
ลั่วชิงยวนกลับไปยังเรือน สอบถามนายท่านมู่ “ข้าอยากพักที่นี่หนึ่งราตรีเพื่อสังเกตการณ์อีกหน่อยได้หรือไม่?”
นายท่านมู่พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “เช่นนั้นก็ดีที่สุดขอรับ”
ถึงแม้พวกเขาจะมิสงสัยในความสามารถของนักบวชระดับสูง แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ แล้วมีคนอยู่ที่นี่อีกสักระยะเพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
“เช่นนั้นข้าจะจัดเตรียมที่พักให้ท่านขอรับ”
ลั่วชิงยวนกลับกล่าวว่า “ข้าจะพักที่เรือนของคุณหนูมู่ ที่นั่นใกล้ชิด จะได้ดูแลได้”
“ดีขอรับ ดีขอรับ”
ลั่วชิงยวนจึงมายังห้องของมู่หยวนหยวนอีกครั้ง
มู่หยวนหยวนยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง มิรู้ว่ากำลังมองสิ่งใด สีหน้าท่าทางหาได้มีชีวิตชีวาไม่แม้แต่น้อย
ราวกับว่ายามนี้นางเป็นเพียงศพเดินได้
ไร้ซึ่งวิญญาณ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...