ลั่วชิงยวนเผยยิ้ม และยื่นภาพวาดให้กับท่านมหาราชครูลั่ว “ท่านปู่ ในภาพวาดที่ได้รับมาในวันนี้ มีเพียงของท่านอ๋องที่ไม่มีปัญหา ฉะนั้นไม่ต้องเผาก็ได้”
อย่างไรนี่ก็เป็นของขวัญที่ฟู่เฉินหวนเตรียมให้กับท่านมหาราชครูด้วยความตั้งใจ
ท่านมหาราชครูกางภาพออก พยักหน้าทีหนึ่ง “ได้ อย่างไรก็เป็นน้ำใจของท่านอ๋อง ในเมื่อไม่มีปัญหาก็เก็บไว้เถอะ”
มองดูภาพผืนนั้น ในใจของท่านมหาราชครูเองก็รู้สึกตื้นตัน เขากล่าวพึมพำ “ภาพของผู้คนมากมาย มีเพียงภาพที่เขาให้นั้นไม่มีปัญหา”
ประโยคแฝงความนัย เมื่อได้ยินในหูของคนที่อยู่นอกประตู กลับกลายเป็นความหมายอื่น
แววตาของฟู่เฉินหวนเยือกเย็น เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ ลั่วชิงยวนตั้งใจงั้นหรือ?
เขากำหมัดแน่น และหันหลังจากไป
ลั่วชิงยวนเองก็ฟังออกว่าในประโยคของท่านมหาราชครูมีความนัยแฝงอยู่ จึงรีบพูดอธิบาย “ท่านปู่ ภาพนี้เป็นภาพที่ท่านอ๋องวาดเองกับมือ เขาพกติดตัวไว้ตลอด ดังนั้นจึงไม่ถูกผู้อื่นฉวยโอกาสเจ้าค่ะ”
ได้ยินดังนี้ ท่านมหาราชครูไขว้มือไว้ด้านหลัง มองนางอย่างไม่ใส่ใจทีหนึ่ง “ยัยหนูนี่ เข้าข้างท่านอ๋องของเจ้าเพียงนี้เชียว ข้าพูดหรือว่าข้าสงสัยเขา?”
“แม้เจ้าเด็กนี่จะเป็นอ๋องสำเร็จราชการ อำนาจล้นฟ้า ฝีมืออำมหิต แต่ยังไงก็เป็นศิษย์ที่ข้าสั่งสอนมา ต่อให้เขาไม่พอใจข้า ก็ไม่ถึงกับต้องลงมือร้ายกาจเช่นนี้”
พูดไป ท่านมหาราชครูหรี่ตามองไปบนท้องฟ้าทิศไกล พร้อมพูดเสียงเบา “คนเบื้องหลังเสียกำลังมากเช่นนี้ คงมิได้มีแค่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับตระกูลลั่วแน่”
ลั่วชิงยวนเองก็คิดเช่นนี้มาก่อน เพียงแต่มิกล้าเอ่ยถามก็เท่านั้น
เรื่องนี้ก็มิใช่เรื่องเล็ก คนที่จ้องตระกูลลั่วอยู่เบื้องหลัง ต้องมีเหตุผลที่หนักหนามากแน่ ๆ และเหตุผลนั้นอาจเกี่ยวโยงถึงความลับของตระกูลลั่ว นางจึงไม่สะดวกที่จะถาม
“ท่านปู่ ท่านสามารถส่งคนไปตรวจสอบ ในเมืองหลวงวันนี้ที่ใดมีเพลิงไหม้บ้าง ไฟยิ่งแรง ความเป็นไปได้ว่าที่นั่นจะเป็นที่ซ่อนตัวของผู้อยู่เบื้องหลังยิ่งสูง”
ได้ยินดังนี้ ท่านมหาราชครูตะลึง “นี่มัน…”
สายตาของเขากวาดไปทางถังไฟที่กำลังลุกโชนอย่างรุนแรง
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “แม้ไม่รับประกันว่าจะจับตัวได้ แต่สามารถเอาคืนเขาได้เล็กน้อยเจ้าค่ะ”
เพราะเมืองหลวงกว้างขวางนัก ต่อให้สืบเจอว่า ที่ใดมีเพลิงไหม้บ้าง คนก็อาจจะหนีไปได้เช่นกัน อีกฝ่ายไม่มีทางยืนรอให้พวกเขาจับตัวอยู่กลางกองเพลิงแน่
ภายในถังไฟของจวนมหาราชครู ไฟร้อนเผาภาพวาดทุกผืน วิญญาณชั่วร้ายจึงสลายหายไปด้วยเช่นกัน
ไฟค่อย ๆ มอดดับ
ลั่วชิงยวนเก็บกวาดพื้นเล็กน้อย
เมื่อหันหน้าอีกที ท่านมหาราชครูลั่วกำลังมองนางด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เด็กน้อย กระดาษยันต์แปลก ๆ เหล่านี้ของเจ้าเอามาจากที่ใดกัน ดูจากความสามารถของเจ้าแล้ว เจ้าเรียนมาจริง ๆ งั้นรึ? อาจารย์ของเจ้าคือผู้ใดกัน?”
ท่านมหาราชครูลั่วรู้สึกสงสัยอย่างมาก เมื่อก่อนมิเห็นเคยได้ยินลั่วชิงยวนมีอาจารย์ยอดฝีมือใด จึงไม่คิดว่านางจะมีความสามารถนี้
นัยน์ตาของลั่วชิงยวนมีแสงกะพริบผ่าน นางถามขึ้น “ท่านปู่รู้จักท่านแม่ของข้าหรือไม่เจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนหาของของท่านแม่มิเจอ จึงยืนยันตัวตนของท่านแม่มิได้ ให้นางได้รับข่าวสารเสียหน่อยก็ดี นางมักรู้สึกว่า การตายของแม่มันซับซ้อนมากกว่านั้น
หากแม่ของลั่วชิงยวนเป็นอาจารย์ของนางจริง ๆ งั้นการตายของท่านอาจารย์ นางยิ่งต้องสืบให้ชัดเจน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...