“ขอบคุณ”
มือของชายสวมหน้ากากค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ลดมือลง
ซูเซียงรีบเข้ามาดึงลั่วชิงยวนเข้าไปในเรือน
ลั่วชิงยวนหันกลับไปมองบุรุษผู้นั้น
บุรุษผู้นั้นทำท่าทางชี้ไปยังพื้นดินใต้ฝ่าเท้า เป็นเชิงบอกว่าเช้าวันพรุ่งจะมารอที่นี่
ลั่วชิงยวนพยักหน้า
เมื่อกลับเข้าเรือนแล้วซูเซียงก็รีบปิดประตู
ทันทีที่นั่งลง นางก็ยกมือกุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด
ลั่วชิงยวนรีบจับชีพจรให้นาง “เป็นกระไร?”
ซูเซียงส่ายหน้า “มิเป็นอะไร เพียงแต่ตื่นตระหนกเกินไปจึงเจ็บเล็กน้อย มิเป็นอะไรร้ายแรง”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้าอย่างจนใจ “เจ้าตั้งครรภ์ มิควรขึ้นเขามาเลย ที่นี่อันตรายเกินไป”
ซูเซียงกลับยังมีรอยยิ้ม “แล้วเจ้าเล่า สตรีที่อ่อนแอเช่นเจ้าขึ้นเขามาทำกระไร?”
ลั่วชิงยวนนิ่งเงียบ
อันที่จริงนางมีสหายอีกแปดคน แต่ยามนี้มิรู้ว่าพวกเขาไปอยู่ที่ใด
“เราทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง และผู้คนในที่นี้ก็เช่นกัน”
“ไม่มีผู้ใดยอมแพ้ง่าย ๆ แต่พวกเราถูกกักขังอยู่ที่นี่ มิสามารถขึ้นเขาไปได้อีก อาหารก็เหลือน้อยลงทุกที”
ลั่วชิงยวนได้รู้ว่าอาหารของพวกเขานั้นนอกจากผักป่าแล้วส่วนใหญ่ได้มาจากการล่าสัตว์
แต่พวกเขาถูกกักขังอยู่บนภูเขามานาน สัตว์ที่ล่าได้ในบริเวณนี้ก็ถูกพวกเขาล่าจนหมดไปแล้ว
อาหารจึงเหลือน้อยลงทุกที
แทบจะเป็นไปมิได้เลยที่จะหาอาหารเพียงพอสำหรับสามวันได้ในหนึ่งวัน
“เป็นความผิดของข้าเองที่มิได้บอกเจ้าล่วงหน้า ที่นี่ทุกคนล้วนมีประโยชน์”
“ถูหมิงและฝูเหมิ่งเก่งกาจในการล่าสัตว์”
“ส่วนฉีเสวี่ยเวย นางใช้ร่างกายของนางเพื่อยืนหยัดอยู่ที่นี่และหาอาหาร”
“ส่วนข้ารับผิดชอบเรื่องทำอาหาร”
ลั่วชิงยวนได้ฟังจึงถามว่า “เช่นนั้นเจ้าจึงวางยาในอาหารที่เอามาให้ข้าหรือ?”
ฉีเสวี่ยเวยกอดอกมองนางอย่างเย็นชาพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า “ข้าบอกให้เจ้ารีบไป แต่เจ้ามิยอมไป”
“คราวนี้คงต้องลำบากแล้ว”
สายตาดุดันของลั่วชิงยวนมองนาง “เหตุใดเจ้าถึงต้องทำตัวเป็นศัตรูกับข้ามากถึงเพียงนี้?”
“โง่เขลา เจ้ายังมิเข้าใจหรือ? คนหาเรื่องมิจำเป็นต้องเป็นศัตรู คนเอาใจก็มิจำเป็นต้องเป็นสหาย”
“ซูเซียงบอกเจ้าหรือไม่ว่าข้าเป็นคนบอกฝูเหมิ่งว่ามีเจ้าอยู่?”
ลั่วชิงยวนตกตะลึง
ฉีเสวี่ยเวยแย้มยิ้ม “ข้าเดาถูกสินะ”
“เจ้าลองนึกดูสิ หากมิใช่เพราะซูเซียงที่พูดกับฝูเหมิ่งอยู่หน้าประตูเช่นนั้น เจ้าจะได้รับการช่วยเหลือจากนางจนถูกฝูเหมิ่งหมายตาหรือไม่?”
“ข้าจะเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย วันพรุ่งจงฉวยโอกาสยามออกจากหมู่บ้านไปหาอาหารรีบหนีไปเสีย”
“แต่ข้าเดาว่าฝูเหมิ่งจะต้องตามเจ้าไปเป็นแน่ หากเขาคนนั้นต้องการสิ่งใดก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ”
“เจ้าระวังตัวไว้เถิด เขาหมายตาเจ้าแล้ว!”
ประโยคสุดท้ายอันเย็นชาของฉีเสวี่ยเวยทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเย็นวาบไปตามสันหลัง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...