จากนั้นฉีเสวี่ยเวยก็ออกจากห้องไป
ลั่วชิงยวนนั่งลงบนเตียงและดึงอาภรณ์ออกเผยให้เห็นบาดแผลที่หัวไหล่ นางหยิบสมุนไพรที่เก็บมาทาลงบนบาดแผลเพื่อห้ามเลือดอย่างง่าย ๆ
โชคดีที่บาดแผลมิลึก
ทันใดนั้นเอง ลั่วชิงยวนก็รู้สึกได้ถึงสายตาเย็นชา
นางเงยหน้าขึ้นมองในทันที
จึงเห็นว่าหน้าต่างถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อใดมิรู้ และมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางผ่านรอยแยกของหน้าต่าง
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว รีบดึงคอเสื้อขึ้นแล้วมองไปที่หน้าต่างด้วยความระแวดระวัง
คนผู้นั้นคือฝูเหมิ่ง!
เมื่อเป้าหมายรู้ตัวแล้ว ฝูเหมิ่งก็มิได้หลบ กลับเปิดหน้าต่างออกอย่างมิเกรงกลัว
เขาอมยิ้มอย่างหยาบคาย ใช้สายตาลามกจ้องมองนาง
สายตาดุดันของลั่วชิงยวนจ้องมองเขา
ฝูเหมิ่งจ้องมองนางเช่นนี้อยู่ครู่หนึ่ง มิได้เอ่ยคำใด แต่สายตาและรอยยิ้มนั้นก็บ่งบอกทุกสิ่ง
เขาจะต้องทำให้ลั่วชิงยวนเป็นเหยื่อของเขาให้ได้!
หลังจากฝูเหมิ่งจากไปแล้ว ลั่วชิงยวนก็รีบเดินไปปิดหน้าต่างให้สนิท
ลั่วชิงยวนนอนลงบนเตียงก็มิอาจหลับลงได้ มักจะอดมิได้ที่จะมองไปยังประตูและหน้าต่าง
เมื่อนึกถึงฝูเหมิ่งที่แอบจ้องมองนางก็รู้สึกขยะแขยง
นางจึงลุกขึ้นจัดเตรียมสมุนไพรที่เก็บมา แล้วนึกถึงที่คนใบ้ผู้นั้นก็ถูกฝูเหมิ่งฟัน มิรู้ว่าอาการบาดเจ็บสาหัสหรือไม่
ลั่วชิงยวนนำสมุนไพรที่มีอยู่มาทำเป็นยาลูกกลอนและยาทาสำหรับบาดแผลภายนอก
นางพกยาติดตัว แต่มีมิมากนัก เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและช่วยชีวิตตัวเอง
ส่วนยาอื่น ๆ อยู่ที่พวกโฉวสือชี
แต่ยามนี้มิรู้ว่าพวกโฉวสือชีไปอยู่ที่ใดและมิรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยหรือไม่
วันพรุ่งเมื่อออกจากหมู่บ้านแล้วจะต้องตามหาพวกเขา
ลั่วชิงยวนอดทนจนฟ้าสาง
แต่ถึงกระนั้น เมื่อหมอกยามเช้าเริ่มจางลงก็มีดวงตาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง ซึ่งยังคงน่าขนลุกมาก
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นก็ยังคงตกใจจนใจสั่น
และอดมิได้ที่จะกำหมัดแน่น
จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตู ฝูเหมิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างจึงจากไป
คนใบ้หันกลับไปอย่างเย็นชา พาลั่วชิงยวนเดินจากไป
ทั้งสองออกจากหมู่บ้านไป
หลังจากเดินอยู่นานก็มิพบเหยื่อเลย สัตว์ปีกและสัตว์อื่น ๆ ในภูเขานี้ล้วนถูกล่าไปเกือบหมดแล้ว
เมื่อออกจากหมู่บ้านมาไกลแล้ว ลั่วชิงยวนและคนใบ้ก็หยุดพัก
“หาเช่นนี้ต่อไปมิดีแน่ เวลาของเรามีมิมากแล้ว” ลั่วชิงยวนกังวล
มองขึ้นไปยังภูเขา
ภูเขานั้นเกือบจะปกคลุมไปด้วยหมอกหนาจนหมดสิ้น นางกำลังคิดว่าบนภูเขาจะมีสัตว์ป่าหรือไม่
เพียงแต่นางยังมิเคยขึ้นไป สถานการณ์เป็นอย่างไรก็ยังมิอาจทราบได้
คนใบ้กลับตบหน้าอกบอกให้ลั่วชิงยวนเชื่อมั่นในตัวเขา เขาจะจัดการเอง
ลั่วชิงยวนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “เจ้าจะทำอย่างไร?”
คนใบ้ส่ายหน้า ชี้ไปยังท้องฟ้า
ลั่วชิงยวนสงสัย “เจ้าหมายถึงรอฟ้ามืดก่อนหรือ?”
คนใบ้พยักหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...