ฝูเหมิ่งกล่าวอย่างเย็นชา พลางจับคมกระบี่ที่คมกริบ พลันหมุนกายหมายจะตัดโซ่เหล็ก
ถึงแม้ว่ากระบี่ห้วงสวรรค์จะยังมิคมกริบถึงขั้นตัดเหล็กได้ แต่ความเหี้ยมโหดของฝูเหมิ่งก็ทำให้โซ่เหล็กมิอาจควบคุมเขาได้
ในเวลานี้เอง ลั่วชิงยวนก็ฉวยโอกาสนำเข็มทิศออกมาแล้วใช้โลหิตปลุกวงเวทอัญเชิญวิญญาณ ในป่ามีภูตผีวิญญาณมากมายพุ่งเข้ามาจนเกิดลมกระโชกแรงพัดในป่า
ลั่วชิงยวนรู้ว่าหากฝูเหมิ่งได้กระบี่ห้วงสวรรค์คืนแล้ว วันนี้นางและคนใบ้อาจจะมิรอดชีวิต
ในเวลาสำคัญนี้จำต้องใช้กำลังทั้งหมดขัดขวาง!
ถึงแม้ว่าจำนวนวิญญาณบนภูเขาเมืองแห่งภูตผีจะมีมากมายและกลิ่นอายชั่วร้ายก็รุนแรง แต่ลั่วชิงยวนก็มิรู้ว่าตนเองจะสามารถควบคุมพวกมันได้หรือไม่
วิญญาณชั่วร้ายออกมากันเป็นฝูง
ฝูเหมิ่งก็อดมิได้ที่จะยกแขนขึ้นมาป้องกัน
จากนั้นก็ตระหนักถึงอันตราย เขามิสนใจอาการบาดเจ็บที่ฝ่ามือ บังคับตัวเองให้ใช้กระบี่ห้วงสวรรค์
ดึงคนใบ้ลงมาจากต้นไม้อย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาล
คนใบ้ล้มลง ยกมือขึ้นพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นได้ทันเวลา จึงหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้
จากนั้นก็เหาะขึ้นถีบเข้าที่หน้าอกของฝูเหมิ่ง
ถึงกระนั้น ฝูเหมิ่งก็ยังมิยอมปล่อยกระบี่ห้วงสวรรค์
ลั่วชิงยวนใช้วงเวทอัญเชิญวิญญาณ จากนั้นกลิ่นอายแห่งความมืดมิดก็พุ่งออกมาโอบล้อมนางไว้ ทำให้นางหายใจมิออก
นางกัดฟันพยายามอย่างสุดกำลัง ก่อนจะยกกระบี่ขึ้น
ร่วมมือกับคนใบ้เพื่อขัดขวางมิให้ฝูเหมิ่งได้กระบี่ห้วงสวรรค์ไป
ความมืดมิดปกคลุมท้องฟ้าราวกับกรงขังที่มืดมิด กักขังพวกเขาไว้
การต่อสู้
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่
ลั่วชิงยวนบาดเจ็บ ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือด บนใบหน้าก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
นี่เป็นอานุภาพเมื่อกระบี่ห้วงสวรรค์ถูกโซ่เหล็กพันธนาการไว้
เมื่อฝูเหมิ่งได้กระบี่ห้วงสวรรค์ไป พวกนางจะต้องตายอย่างมิต้องสงสัย
ร่างของคนใบ้ก็เต็มไปด้วยบาดแผล ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
วิญญาณมากมายบนท้องฟ้าพุ่งผ่านร่างของฝูเหมิ่ง ฉีกกระชากเขามิหยุด ใบหน้าที่ซูบผอมราวกับโครงกระดูกของฝูเหมิ่งมีเส้นเลือดปูดโปน หน้าตาดุร้าย น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
“อ๊าก!” ฝูเหมิ่งร้องคำราม
จับกระบี่ห้วงสวรรค์ไว้แน่น มิยอมปล่อย
ทันทีที่พูดจบ คนใบ้ก็อุ้มนางกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้โดยพลัน
ต้นไม้นี้สูงกว่าต้นอื่น ๆ กิ่งก้านก็แข็งแรงกว่ามาก
ลั่วชิงยวนยืนอยู่บนกิ่งไม้อย่างมั่นคง ส่วนคนใบ้หันหลังกระโดดลงไปเผชิญหน้ากับกระบี่ของฝูเหมิ่ง
ในชั่วขณะนั้น ลั่วชิงยวนก็ตื่นตระหนกจนแทบจะหายใจมิออก
ทว่าในความมืดมิดก็มีเสียงต่อสู้ที่ดุเดือดดังขึ้นอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนตื่นตระหนก มองมิเห็นว่าด้านล่างเกิดอะไรขึ้น
หลังจากเสียงปะทะที่รุนแรง
ทันใดนั้นรอบด้านก็เงียบสงัด
ลั่วชิงยวนตื่นตระหนก รีบกระโดดลงจากต้นไม้จนเกือบจะล้มลงด้วยความอ่อนแรง
นางรีบลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปในความมืด
เมื่อเห็นร่างของฝูเหมิ่งในความมืด ลั่วชิงยวนก็ตัวสั่นสะท้าน
แล้วคนใบ้ผู้นั้นเล่า?
ตายแล้วหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...