ใบหน้าของฟู่เฉินหวนหม่นลงหลังจากได้ยินสิ่งนี้
“ท่านอ๋อง เชิญนั่งเถิดเพคะ” ลั่วชิงยวนสวมรองเท้าเสร็จแล้ว จึงจัดเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ นั่งที่โต๊ะก่อนผายมือเป็นท่าทางเชิญชวน
ฟู่เฉินหวนจัดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมอยู่ให้เป็นระเบียบและนั่งลงด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
ทันทีที่เขานั่งลง เขาก็เห็นลั่วชิงยวนดึงเข็มออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ นางยิ้มอย่างเย็นชาก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านอ๋อง ใบหน้าของท่านดูไม่ดีเลย ท่านจำเป็นต้องได้รับการฝังเข็มเพื่อบรรเทาอาการบัดเดี๋ยวนี้เพคะ"
ดวงตาของฟู่เฉินหวนเย็นชา แม้ว่าเขาจะนึกลังเล แต่ก็ยังยอมยื่นมือออกไป
ลั่วชิงยวนหยิบเข็มออกมา แทงเข็มลงบนข้อมือของฟู่เฉินหวนหลายจุด ทำให้ฤทธิ์ของยาที่ฟู่เฉินหวนได้รับบรรเทาลงเล็กน้อย
รังสีสังหารในดวงตาของเขาหายไปอย่างรวดเร็วมาก แต่เส้นเลือดยังคงปูดโปนไม่หาย
เดาว่านี่อาจเป็นความเจ็บปวดของการถูกนางเตะผ่าหมาก…
ท้ายที่สุดเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และเบาใจขึ้นเป็นอย่างมาก
ลั่วหรงรีบไปยังเรือนปีกตะวันตกอย่างกังวล นางได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ตะโกนดังออกมาว่า ท่านอ๋องเมามายและรีบวิ่งเข้าไปในเรือนปีกตะวันตก นั่นทำให้หัวใจของนางตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
พวกที่รีบไม่พอก็ไปถึงช้าเกินไป ในตอนที่พวกเขาไปถึงด้านนอกของเรือนปีกตะวันตก ผู้มาเยือนจำนวนมากก็มาถึงที่นี่แล้ว
“ฮูหยินลั่ว นี่มันเรื่องอะไรกัน? ลูกสาวของท่านอยู่ในเรือนปีกตะวันตกจริงหรือ?”
“ข้าได้ยินมาว่า ท่านอ๋องดูคล้ายจะเสียสติรีบวิ่งมาที่เรือนปีกตะวันตก เสียงร้องขอความช่วยเหลือนั่นคงไม่ใช่เสียงของบุตรีท่านหรอกใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของลั่วหรงซีดเซียวไร้สีสัน ใจก็เริ่มร้อนรนเหมือนถูกไฟเผา เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นนางรู้สึกจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแต่ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ได้แต่หวังว่า ลั่วชิงยวนจะช่วยหลางหลางได้ทันท่วงที
ลั่วอวิ๋นสี่รีบวิ่งเข้าไปตอบโต้ด้วยความโกรธ "เรายังมิได้เห็นกับตาเลย เหตุใดถึงสาปแช่งพี่หญิงของข้าเช่นนี้!"
ลั่วอวิ๋นสี่กังวลมากจนหน้าถอดสี นางรีบวิ่งเข้าไปในเรือนนอนก่อนคนอื่น ๆ
นางคิดว่า หากมีเรื่องน่าละอายเกิดขึ้นจริง นางจะได้ปิดประตูป้องกันไม่ให้คนภายนอกเห็น
แต่ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก
ก็ได้เห็นผู้ซึ่งสวมอาภรณ์อย่างเรียบร้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้สองคน อีกทั้งลั่วชิงยวนยังถือตะเกียบคู่หนึ่งอยู่ในมืออีกด้วย
เสียงชามและช้อนที่กระทบกันได้ทำลายความเงียบอันน่าขนลุกลง
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วเล็กน้อย และเอ่ยได้น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจ "ตัวข้าและพระชายากำลังกินอาหารมื้อย่อม ๆ กันอยู่ พวกท่านทั้งหลาย... มีอะไรกันรึ?"
ทุกคนมองหน้ากัน
“กินอาหารมื้อย่อมงั้นหรือ?”
ไม่เห็นจะมีอาหารอะไรอยู่บนโต๊ะสักเท่าไหร่เลยนี่นา?
หาได้เป็นเช่นนั้นไม่
มีคนถามขึ้นว่า “แล้วเมื่อครู่ส่งเสียงร้องอะไรกันหรือ?”
ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างเขินอาย "ทุกท่านมาที่นี่เพราะเรื่องนี้นี่เอง ข้าต้องขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้พวกท่านทุกคนต้องตกใจ!"
“เมื่อครู่ จู่ๆ ก็มีหนูวิ่งเข้ามาทำให้ข้ากลัว ทั้งยังได้ร้องเสียงดัง สร้างความรำคาญให้กับทุกท่าน!”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ทุกคนก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...