ทั้งสามรีบวิ่งหนีไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ในมิช้า โหยวเซียงและต่งอวิ๋นซิ่วก็นำผู้คนจำนวนมากมาถึงที่นี่อย่างรีบร้อน
แต่เมื่อทั้งคณะพุ่งเข้าไปในถ้ำ กลับพบว่าสิ่งนั้นหายไปแล้ว!
สีหน้าของต่งอวิ๋นซิ่วเปลี่ยนไป นางตวาดเสียงดัง “ตามหาให้ทั่ว!”
“ข้ามิเชื่อหรอกว่าจะยังมีใครที่เดินเหินไปมาอย่างอิสระในเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ได้!”
ยามนี้ลั่วชิงยวนมีแผนที่อยู่ในมือ นางสามารถเดินไปไหนมาไหนในเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ได้อย่างอิสระจริง ๆ
นางถึงขนาดรู้ทุกซอกทุกมุมในเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ดีกว่าต่งอวิ๋นซิ่วและพรรคพวกด้วยซ้ำ
เพราะนั่นคือแผนที่ที่อวี๋ตันเฟิ่งวาดให้นาง ซึ่งละเอียดลออยิ่ง
ส่วนพวกต่งอวิ๋นซิ่ว ท้ายที่สุดแล้วความทุ่มเทที่พวกนางมีต่อเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ย่อมมิอาจเทียบกับอวี๋ตันเฟิ่งได้ ความเข้าใจที่พวกนางมีจึงด้อยกว่าอวี๋ตันเฟิ่ง
ลั่วชิงยวนเดินตามแผนที่ มิได้วิ่งหนีเข้าไปในหน้าผา
หากไปในเส้นทางนั้นก็อาจถูกตามทันได้
ขณะที่วิ่งหนี ลั่วชิงยวนก็แหงนหน้ามองตามผนังหินไปด้วย
ในที่สุดก็พบทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่ง
แม้จะสูงไปสักหน่อยแต่ทางขึ้นไปก็มิได้ชันมาก ปีนป่ายขึ้นไปก็ได้แล้ว
“ปีนขึ้นไปทางนั้น!”
เมื่อเห็นดังนั้น คนใบ้ก็ปีนขึ้นไปบนผนังหินเป็นคนแรก และปีนขึ้นไปยังปากถ้ำได้อย่างราบรื่น
เขาโยนเชือกผูกเป็นปมลงมาให้
โฉวสือชีมองไปข้างหลังอย่างระแวดระวัง “เจ้ารีบขึ้นไปก่อน”
ลั่วชิงยวนจับเชือก ปีนอย่างสุดกำลังขึ้นไปยังปากถ้ำ
และในเวลานี้เอง เสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้นมาอีก
พวกเขาวิ่งตามมาแล้ว
โฉวสือชีรีบคว้าเชือกปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อโฉวสือชีปีนขึ้นมาและเก็บเชือกขึ้นมาได้สำเร็จก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
ทั้งสามรีบหมอบลงซ่อนตัวอยู่ด้านหลังผาหินพลางฟังเสียงฝีเท้าเบื้องล่างใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
คนเหล่านั้นหยุดเท้าลงอยู่เบื้องล่างของพวกนาง ลั่วชิงยวนพลันใจหายวูบ
“หายไปไหนหมด? ตามมาตั้งนาน เหตุใดมิเห็นวี่แวว?”
นั่นเป็นเสียงของโหยวเซียง
ในถ้ำมืดมิดนั้นมองมิเห็นแม้แต่นิ้วมือ มองมิเห็นว่าด้านในมีอะไร และก็มิอาจรู้ได้เลยว่ามีอันตรายใดซ่อนอยู่
ลั่วชิงยวนหยิบแผนที่ออกมาดู แล้วยืนยันอีกครั้ง
“ออกไปทางนี้!”
ทั้งสามออกเดินทางต่อ
ยิ่งเดินเข้าไปในถ้ำ อุโมงค์ก็ยิ่งแคบลงเรื่อย ๆ
ตอนแรกยังสามารถเดินไปได้พร้อมกันสองคน แต่เมื่อเดินไปได้ไกลขึ้นก็เดินได้เพียงคนเดียว และถึงขั้นต้องก้มตัวเดินไปข้างหน้า
ทางแคบนัก
ในความมืดที่มองมิเห็นแม้แต่นิ้วมือ ทั้งสามใช้เชือกมัดข้อมือของตนและจับมือกัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครพลัดหลง
โชคดีที่ตลอดทางปลอดภัยดี
หลังจากเดินผ่านทางเดินยาวมาแล้ว ทางเดินด้านหน้าก็เปิดโล่งขึ้น
โฉวสือชีอุทานด้วยความตกใจ “นี่มันรังงูที่เราเคยมาก่อนหน้านี้นี่”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ถูกต้อง”
นางหยิบขวดผงไล่งูออกมา ทั้งสามทาผงไล่งูที่ตัวแล้วค่อย ๆ เดินหน้าต่อไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...