ซีกุ้ยเฟยพยักหน้า
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ถึงแม้จะยากที่จะปิดบัง แต่นางก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถ เพราะท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นหนทางเดียวที่นางจะปกป้องตัวเองได้
เพราะนางไม่มีทางโค่นล้มฮองเฮาได้
หลังจากพูดตบ ซีกุ้ยเฟยก็มองลั่วชิงยวนด้วยสายตาลึกล้ำ “ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยถูกฮองเฮาลงทัณฑ์”
“เพราะเจ้าทำร้ายองค์หญิง”
ลั่วชิงยวนมิได้ปฏิเสธ เรื่องเหล่านี้มิใช่ความลับในเมืองหลวง หากซีกุ้ยเฟยใคร่รู้ย่อมสืบได้โดยง่าย
“ใช่เพคะ”
“เจ้าจึงมีเรื่องบาดหมางกับฮองเฮาใช่หรือไม่?” ซีกุ้ยเฟยดูนางอย่างมีความหมาย
ลั่วชิงยวนยกยิ้มจาง “แน่นอนเพคะ”
“ดังนั้นกุ้ยเฟยโปรดวางพระทัย ถึงแม้หม่อมฉันจะล่วงรู้ความลับของท่าน แต่ในจุดหนึ่ง ท่านและหม่อมฉันก็เป็นเหมือนแมลงเม่าที่ติดอยู่ในใยแมงมุมเดียวกัน”
“ศัตรูของศัตรูย่อมเป็นมิตร”
“ถูกต้องหรือไม่เพคะ?”
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าซูบซีดของซีกุ้ยเฟย
“ใช่แล้ว ดูเหมือนท่านพ่อจะมิได้เลือกคนผิด”
“หวังว่าในภายภาคหน้า เจ้าจะมิทำให้ข้าผิดหวัง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็เท้าแขนบนโต๊ะพลางโน้มกายเข้าไปใกล้เล็กน้อย แล้วถามว่า “กุ้ยเฟยมีใจจะเป็นศัตรูกับฮองเฮาแล้วหรือเพคะ?”
“ใช่!” ซีกุ้ยเฟยพูดโดยมิได้ลังเลแม้แต่น้อย
ซีกุ้ยเฟยมองนางอย่างจริงจังขณะกล่าว “แต่เจ้าพึงทราบเถิดว่า ความโปรดปรานที่องค์จักรพรรดิทรงมีต่อฮองเฮานั้นเป็นความรักแท้จริง”
“การต่อสู้กับฮองเฮานั้นยากนัก”
“หากเจ้าไม่มีความกล้าหาญที่จะยืนหยัดจนถึงที่สุด เอาชนะอุปสรรคทั้งปวงก็อย่าได้รับปากข้าง่าย ๆ และอย่าได้ขึ้นเรือลำเดียวกับข้าโดยง่าย”
การช่วยนางสืบหาสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องหนึ่ง
แต่การต่อสู้กับฮองเฮานั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว นี่เป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน นางเคยมีพันธมิตรมากมายในวังหลัง แต่ล้วนพ่ายแพ้ต่อกลอุบายของฮองเฮาทั้งสิ้น หรือไม่ก็หวาดกลัวแล้วถอยหนีไป
“ปัญหาอยู่ที่ฉินอี้ เขาเป็นคนมีความสามารถปานกลาง เรียนรู้สิ่งใดช้ากว่าคนทั่วไปตั้งแต่เยาว์วัย”
“ถึงแม้จะขยันหมั่นเพียร แต่เมื่อเทียบกับผู้ที่มีความสามารถสูงกว่าก็ยังมีช่องว่างที่ยากจะตามทัน”
“เท่าที่หม่อมฉันทราบ มีโอสถชนิดหนึ่งที่หากเสวยตั้งแต่เยาว์วัยจะทำให้สมองเชื่องช้า กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งกระด้าง กลายเป็นคนโง่เขลา”
“และบาดแผลเช่นนี้มิอาจเยียวยาได้ ผลกระทบนี้จะติดตัวไปตลอดชีวิตเพคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น นัยน์ตาของซีกุ้ยเฟยก็เป็นประกาย “เจ้าหมายความว่าฉินอี้อาจถูกผู้อื่นวางยาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทำให้เขามีความสามารถที่ธรรมดาใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า
“ฉินอี้เติบโตมาภายใต้พระบาทขององค์จักรพรรดิและฮองเฮาตั้งแต่เกิด ผู้ใดกล้าวางยาเขากัน?”
ลั่วชิงยวนมิได้ตอบ แต่มองอีกฝ่ายอย่างมีความหมาย
ซีกุ้ยเฟยสบตากับนางแล้วตกใจ “เจ้าสงสัย… ฮองเฮาหรือ?”
“ฮองเฮาคงมิโหดร้ายถึงขั้นกระทำต่อโอรสของพระนางเช่นนั้นกระมัง?”
ลั่วชิงยวนครุ่นคิด “ดังนั้นนี่จึงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของหม่อมฉันเท่านั้นเพคะ”
“คนภายนอกล้วนกล่าวว่าฮองเฮาทรงรังเกียจฉินอี้ เพราะเขามิได้มีความสามารถสูงส่ง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...