หลังจากที่ลั่วชิงยวนสังเกตเห็น คนที่อยู่นอกประตูนั้นก็รีบหลบหนีไป
ลั่วชิงยวนเดินไปเปิดประตู แล้วมองออกไปข้างนอก ทว่ามิเห็นแม้แต่เงาของคนผู้นั้น
แต่ลั่วชิงยวนจำดวงตาคู่นั้นได้
เวินซินถง!
เวินซินถงก็มาด้วย
ค่ำคืนแห่งการประมูลนี้จะต้องครึกครื้นมากเป็นแน่
เมื่อถึงเวลา โคมไฟทุกดวงก็ส่องสว่าง ทั่วทั้งหอเจิดจ้าราวกับยามกลางวัน
ผู้ดำเนินการประมูลเบื้องล่างกล่าวเปิดงานว่า “วันนี้มีสมบัติล้ำค่าทั้งสิ้นสามสิบชิ้น ล้วนเป็นเอกลักษณ์มีหนึ่งไม่มีสอง ท่านทั้งหลายโปรดจับจ้องโอกาสแล้วลงมือคว้าไว้อย่าได้ลังเล”
จากนั้นสมบัติล้ำค่าชิ้นแรกก็ถูกนำขึ้นมา
ผู้ดำเนินการประมูลยังมิทันกล่าวจบ เฉินชีก็เอ่ยราคาโดยพลัน “ห้าพันตำลึง!”
ทันใดนั้น เสียงสตรีก็ดังมาจากห้องถัดไป “หนึ่งหมื่นตำลึง!”
เฉินชีมิยอมแพ้ ตะโกนเสียงดัง “สองหมื่นตำลึง!”
คาดมิถึงว่าอีกฝ่ายก็ดูมุ่งมั่นที่จะชนะเช่นกัน เพิ่มราคาเป็นสี่หมื่นตำลึงทันที
จนในที่สุดราคาก็สูงขึ้นถึงแปดหมื่น
เฉินชีกำหมัดแน่น ราคานี้เห็นชัดว่ามิอาจเพิ่มได้อีก มิเช่นนั้นเงินทองที่มีย่อมมิเพียงพอ
ลั่วชิงยวนนั่งสงบเสงี่ยม กล่าวเบา ๆ “แปดหมื่นตำลึงแพงเกินไปแล้ว ดูชิ้นต่อไปเถิด”
สมบัติล้ำค่าชิ้นแรกจึงตกเป็นของผู้ประมูลห้องข้าง ๆ
สมบัติล้ำค่าชิ้นที่สองถูกนำขึ้นมา
คาดมิถึงว่าห้องข้าง ๆ จะเปิดด้วยแปดหมื่นตำลึง
กระทั่งมิให้โอกาสพวกเขาได้ต่อรองราคาก็ประมูลสิ่งของไปเสียแล้ว
เมื่อถึงชิ้นที่สาม ลั่วชิงยวนจึงได้ยินเสียงของเวินซินถง นางเอ่ยราคาที่สามหมื่นตำลึง
เฉินชีรีบเพิ่มราคาเป็นสี่หมื่น
แต่ห้องข้าง ๆ กลับเอ่ยราคาแปดหมื่นอีกครั้ง
แล้วก็ถูกประมูลไปอีก
การประมูลจบลงอย่างรวดเร็วติดต่อกันถึงแปดครั้ง สินค้าทั้งหมดตกเป็นของผู้ประมูลห้องข้าง ๆ
โฉวสือชีกล่าวด้วยความกังวล “ถูกประมูลไปถึงแปดชิ้นแล้ว”
“มีทั้งหมดเพียงสามสิบชิ้น พวกเราต้องประมูลมาอย่างน้อยยี่สิบชิ้น”
แต่เด็กรับใช้กลับตอบว่า “ขออภัย ลานประมูลแห่งนี้มิอาจให้กู้ยืมได้ขอรับ”
ราคาสินค้าในลานประมูลแห่งนี้สูงมาก ตลาดมืดก็มิประสงค์จะให้ยืมเงินจำนวนมากเช่นนี้ เพราะมิแน่ว่าจะได้รับคืน
เงินจำนวนมากนั้นยากที่จะทวงถาม จึงมิอาจให้ยืมเงินได้
ลั่วชิงยวนทราบดีว่าคนห้องข้าง ๆ คือใคร
สถานการณ์ในตอนนี้จำเป็นต้องประมูลสมบัติล้ำค่าที่เหลือทั้งหมด จึงจะได้ครบยี่สิบชิ้น
แต่พวกนางไม่มีเงินแล้ว
นางมิได้นำเงินมาด้วยตั้งแต่แรก จึงมิได้คิดที่จะต่อสู้ราคา
“ช่างเถิด สิ่งเหล่านี้มิได้สำคัญมากมายถึงเพียงนั้น” ลั่วชิงยวนกล่าวปลอบ
แต่ยิ่งลั่วชิงยวนกล่าวว่ามิต้องการ เฉินชีก็ยิ่งอยากจะมอบให้!
เขาโกรธจัด “ข้าจะไปดูห้องข้าง ๆ! ว่าเป็นใครกันแน่!”
กล่าวจบก็ผลุนผลันออกจากห้องไป
เมื่อมาถึงห้องข้าง ๆ เขาก็เห็นเกาเหมียวเหมี่ยวนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้
“ข้านึกไว้แล้วว่าต้องเป็นเจ้า!” เฉินชีหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...