โฉวสือชีพูดด้วยความตกใจ “นางบอกว่านางมีนามว่าโหยวหัวหนิง!”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ข้าได้ยินแล้ว”
“มิรู้ว่ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับโหยวจิ้งเฉิงหรือไม่”
“ดูเหมือนว่าสาเหตุการตายของอวี๋ตันเฟิ่งคงยังมิอาจเปิดเผยได้ในยามนี้”
จำต้องสืบให้กระจ่างเสียก่อนว่า โหยวหัวหนิงผู้นี้มีความสัมพันธ์เช่นไรกับโหยวจิ้งเฉิง
แต่ก็บังเอิญเกินไป
อวี๋ตันเฟิ่งสิ้นชีพด้วยน้ำมือของโหยวจิ้งเฉิง
ส่วนพี่ชายของอวี๋ตันเฟิ่งกลับได้ภรรยาสกุลโหยว
มิรู้ว่าในเรื่องนี้จะมีเงื่อนงำอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่
ลั่วชิงยวนทำได้เพียงเก็บงำความลับนี้ไว้ชั่วคราว
อวี๋ตันเฟิ่งมอบเมืองแห่งภูตผีให้แก่นาง หากญาติของนางมีภัย นางย่อมต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ครู่หนึ่งก็มีคนนำอาหารมาให้
ลั่วชิงยวนตรวจดูอาหารแล้วมิพบสิ่งผิดปกติ ทั้งสามจึงกินอาหารกันเพียงเล็กน้อย
จากนั้นก็กลับไปยังห้องพักของตน
โฉวสือชีและคนใบ้ผลัดกันนอน คนที่ตื่นอยู่จะต้องคอยฟังความเคลื่อนไหวภายนอกตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย
ก่อนที่จะรู้ตัว ฟ้าก็สางแล้ว
ทั้งสามถูกเชิญไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อกินอาหารเช้า
ลั่วชิงยวนเพิ่งได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของอวี๋หงในเวลานี้ ทั้งยังได้พบกับบิดามารดาของอวี๋ตันเฟิ่งด้วย
ทั้งสองมีอายุมากแล้ว ทั้งยังเจ็บป่วยเรื้อรัง ดูอ่อนเพลียยิ่งนัก แต่สีหน้ากลับดูแจ่มใสอย่างน่าประหลาด
คงเป็นเพราะจดหมายเหล่านั้นเมื่อคืนนี้ที่ช่วยให้สองสามีภรรยาผู้ชราคลายความทุกข์ลงได้บ้าง
อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าเมื่อครั้งนั้นอวี๋ตันเฟิ่งมิได้ตัดใจทอดทิ้งครอบครัวอย่างเลือดเย็น
“เมื่อคืนยังมิทันได้ถาม แม่นางมีนามว่ากระไรหรือ?” อวี๋หงถามด้วยความตื่นเต้น
“ลั่วชิงยวน”
“อ้อ แม่นางลั่ว” อวี๋หงถามอีกว่า “เมื่อคืนข้ารีบร้อนไปหน่อย แม่นางกล่าวว่าน้องสาวข้ามิได้อยู่บนใต้หล้านี้แล้ว มิทราบว่านางสิ้นไปด้วยเหตุอะไร?”
“ตลอดหลายปีมานี้นางไปอยู่ที่ใด?”
ปรารถนาที่จะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุตรสาวจากนาง
ลั่วชิงยวนรู้สึกเห็นใจ จึงค่อย ๆ กล่าวว่า
“หลังจากที่อวี๋ตันเฟิ่งจากบ้านไป นางได้สร้างเมืองแห่งภูตผีขึ้นเอง หมายจะรับทาสทั้งหมดของแคว้นหลี”
“เพื่อมอบที่พักพิงให้แก่พวกเขา”
“ดังนั้นนางจึงมิได้ปรากฏตัว มิได้มีข่าวคราวใด ๆ ก็เพราะเกรงว่าการมีอยู่ของเมืองแห่งภูตผีจะถูกเปิดเผย”
“ส่วนจดหมายเหล่านั้น คงเป็นสิ่งที่นางอยากส่งแต่ก็มิกล้าส่ง”
“เพราะนางแยกจากบ้านไป เกรงว่าครอบครัวจะโกรธเคืองและมิเข้าใจ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ท่านพ่ออวี๋ก็รีบกล่าวว่า “เป็นไปได้อย่างไร! ในเมื่อเป็นครอบครัว ย่อมต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่นางทำก็เป็นสิ่งที่ดี”
“เด็กคนนี้ เหตุใดจึงมิบอกกล่าวแก่คนในบ้านเลย”
ในดวงตาของท่านพ่ออวี๋เต็มไปด้วยความเศร้าโศก
อวี๋หงถามด้วยความเป็นห่วง “แล้วนางสิ้นชีพด้วยเหตุอะไร?”
ลั่วชิงยวนลังเล แล้วตอบว่า “นาง…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...