เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลอวี๋เพิ่งถูกส่งกลับห้อง อวี๋หงจึงถามลั่วชิงยวนว่า “แม่นางลั่ว ท่านมีสิ่งใดในใจที่ยากจะเอ่ยเกี่ยวกับการตายของน้องสาวข้าหรือไม่?”
“หากมีสิ่งใดที่มิสะดวกให้บิดามารดาข้ารู้ ท่านพอจะบอกข้าเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”
อวี๋หงยังคงปรารถนาที่จะทราบสาเหตุการตายที่แท้จริงของอวี๋ตันเฟิ่ง
ลั่วชิงยวนมีสีหน้าเคร่งเครียด มิใช่ว่านางมิอยากกล่าว เพียงแต่เมื่อนึกถึงโหยวหัวหนิง นางก็พูดมิออก
นางจึงเปลี่ยนเรื่องด้วยการถามว่า “ท่านเจ้าเมือง ข้าขอถามท่านได้หรือไม่ว่าภรรยาของท่านมีพี่น้องหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ อวี๋หงก็ประหลาดใจยิ่งนัก มิเข้าใจว่าเหตุใดลั่วชิงยวนจึงถามเช่นนี้
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใดกับน้องสาวข้าหรือ?”
ลั่วชิงยวนมองอวี๋หงด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องนี้สำคัญสำหรับข้ามาก”
อวี๋หงพยักหน้า จากนั้นก็ตอบว่า “นางมีพี่ชายคนหนึ่ง นามว่า…”
ลั่วชิงยวนฟังด้วยใจจดจ่อ
แต่ทันใดนั้นเอง ภายนอกก็มีเสียงรีบร้อนดังขึ้น “ท่านเจ้าเมือง! เกิดเรื่องแล้วขอรับ! เฉินชีกำลังอาละวาดใหญ่โต ต้องการพบท่านเจ้าเมือง! ทำร้ายพี่น้องของเราไปหลายคนแล้วขอรับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋หงก็ตกใจ “เฉินชีรึ? ข้ากับเขามิเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ทั้งยังมิเคยข้องเกี่ยวกัน เขาต้องการสิ่งใดกัน?!”
ลั่วชิงยวนเองก็ตกใจเช่นกัน นางขมวดคิ้วกล่าวว่า “คงเป็นข้าเองที่นำความวุ่นวายมาสู่ท่านเจ้าเมือง”
จากนั้นพวกเขาก็รีบไปข้างนอกด้วยกัน
เห็นเฉินชีอยู่บนท้องถนน
คนที่อยู่รอบกายเขาล้วนถูกเขาโจมตีจนล้มระเนระนาดไปหมดแล้ว
อวี๋หงที่สวมหน้ากากกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม “ท่านแม่ทัพใหญ่เฉิน ท่านมีเจตนาอะไร?”
สายตาของเฉินชีกลับจับจ้องอยู่ที่ลั่วชิงยวน
เมื่อเห็นลั่วชิงยวนยืนอยู่กับเจ้าเมืองแห่งเมืองป้านกุ่ย เฉินชีก็ขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาฉายแววเจ็บปวด
“เจ้ามีหนทางอยู่แล้ว แต่กลับปิดบังข้าหรือ?” เฉินชีกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจราวกับมิอยากจะเชื่อ
ลั่วชิงยวนมีสีหน้าสงบ “ก็เจ้ารีบร้อนออกไปเอง”
“แต่เจ้ามิได้บอกข้าตั้งแต่แรกว่าเจ้าสามารถมาพบเจ้าเมืองได้!”
เฉินชีผู้นี้เป็นใคร ทั่วทั้งแคว้นหลีไม่มีใครมิรู้จัก
วันนี้แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกตึงเครียดอยู่บ้าง ถึงแม้จะมิกลัวมีเรื่องกับเฉินชี แต่หากต่อสู้กันจริง ๆ ย่อมต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตาย
ทั้งยังมีเรื่องยุ่งยากตามมาอีกมากมาย
ลั่วชิงยวนผู้นี้มีที่มาเช่นไร ถึงได้กล้าตบหน้าเฉินชีเช่นนั้น?
ดวงตาของเฉินชีแดงก่ำ
ลั่วชิงยวนมองเขาอย่างเย็นชา “เจ้าสงบลงแล้วหรือไม่? ข้ามีหนทางพบเจ้าเมือง ปิดบังเจ้าจริง แต่ข้าตั้งใจมิบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วว่าข้าจะมาตลาดมืด”
“เจ้าตามมาเองโดยมิได้นัดหมาย อยู่นอกเหนือแผนการของข้า ข้ามิได้บอกเจ้าแล้วจะมีปัญหากระไร?”
ทุกการกระทำของเฉินชีจะดึงดูดความสนใจของเกาเหมียวเหมี่ยว นางมิอยากให้เกาเหมียวเหมี่ยวสงสัย จึงใช้กลอุบายปล่อยให้เฉินชีต่อสู้กับเกาเหมียวเหมี่ยว
ถึงแม้เฉินชีจะมิมา นางก็ยังสามารถปั่นราคาสู้กับเกาเหมียวเหมี่ยวได้
เฉินชีมิได้กล่าวตอบในทันที
ทันใดนั้นเอง เสียงแหลมดุดันก็ดังขึ้น “เฉินชี นางกำลังหลอกใช้ท่านอยู่! ท่านยังดูมิออกอีกหรือ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...