อวี๋หงตกใจสุดขีด รีบพลิกตัวกลับ เงื้อแขนขึ้นป้องกัน
แต่คาดมิถึงว่าเหตุใดโหยวหัวหนิงจึงมีพละกำลังมากมายถึงเพียงนั้น
เขาพยายามต้านทานสุดกำลัง โหยวหัวหนิงโกรธจัดจึงกัดแขนของอวี๋หงอย่างแรง
กัดกระชากเนื้อแขนของเขาออกมาทั้งชิ้น
“อ๊าก!”
อวี๋หงเจ็บจนเส้นเลือดปูดโปน ถีบโหยวหัวหนิงกระเด็นออกไปอย่างแรง
แต่เขายังมิทันลุกขึ้นจากพื้น โหยวหัวหนิงก็กระโจนเข้าใส่อีก
คว้าขาของเขาแล้วกระชากล้มลงกับพื้น
หมายจะงับคอของอวี๋หงอีกครั้ง
ในช่วงเวลาคับขันนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีกระบี่ยาวเล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางหน้าโหยวหัวหนิงไว้
นางงับลงไปพอดี คมกระบี่จึงบาดปากนางจนเลือดกระฉูด
นางร้องลั่นแล้วลุกขึ้น จ้องมองพวกเขาด้วยความโกรธแค้น
คนใบ้รีบดึงตัวอวี๋หงขึ้น ช่วยเขาไว้ได้ทัน
ลั่วชิงยวนรีบเข้าไปขว้างเชือกอักขระเวทออกไปรัดร่างโหยวหัวหนิงไว้แน่น
จากนั้นเข็มทิศก็เปล่งแสงทองห่อหุ้มทั้งร่างของโหยวหัวหนิงไว้
ในชั่วขณะนั้น ลั่วชิงยวนเห็นโหยวจิ้งเฉิงดิ้นรนจะออกจากร่างของโหยวหัวหนิง
“โหยวจิ้งเฉิง! เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย! เจ้ายังมิตายจริง ๆ!” ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยสายตาเฉียบคม
โหยวจิ้งเฉิงดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส จ้องมองนางด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวขณะส่งเสียงแหบพร่า “กิจใหญ่ยังมิสำเร็จ ข้าจะตายได้อย่างไร”
“ครั้นที่อวี๋ตันเฟิ่งไล่ตามข้า ข้าได้แบ่งวิญญาณส่วนหนึ่งซ่อนไว้ในศพแล้ว”
“คนที่เจ้าสังหารมีเพียงอวี๋ตันเฟิ่งเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
บัดนี้โหยวหัวหนิงกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ทำให้อวี๋หงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
“เช่นนั้นคราวนี้เจ้าคงหนีมิพ้นแล้ว!”
คราวนี้จะมิปล่อยโหยวจิ้งเฉิงไปเป็นอันขาด!
ลั่วชิงยวนชักกระบี่ยาวออกมากรีดนิ้ว ใช้เลือดวาดอักขระบนกระบี่ยาว
สีหน้าของอวี๋หงเปลี่ยนไป รีบคว้ามือของลั่วชิงยวนไว้ “โปรดอย่าทำร้ายหัวหนิงได้หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนแทงกระบี่อักขระเลือดออกไปในที่สุด
สังหารโหยวจิ้งเฉิงจนสลายหายไป
ลั่วชิงยวนเก็บเข็มทิศ “เรียบร้อย”
โฉวสือชีและคนใบ้จึงคลายเชือก
อวี๋หงรีบวิ่งเข้าไปอุ้มโหยวหัวหนิง หลังจากตรวจดูชีพจรของนางแล้วจึงค่อยโล่งใจ
อวี๋หงเงยหน้ามองลั่วชิงยวน “นางจะมิเป็นอะไรใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนตอบอย่างใจเย็น “คงมิเป็นอะไรหรอก”
“เพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อย พักผ่อนสองสามวันก็จะหายดี”
“เพียงแต่… มิแน่ว่านางอาจมิได้ไร้ความผิด”
“โหยวจิ้งเฉิงจงใจเข้าใกล้อวี๋ตันเฟิ่ง หลอกลวงความรู้สึกของอวี๋ตันเฟิ่งเพราะหวังทรัพย์สมบัติของตระกูลอวี๋ของพวกท่าน กระทั่งในวันแต่งงานของพวกเขาก็ยังสังหารอวี๋ตันเฟิ่ง แล้วหั่นศพนางเป็นชิ้น ๆ”
“ทั้งยังแยกศพผนึกไว้ในค่ายกลแปดทิศของเมืองแห่งภูตผี เพื่อสะสมความแค้นอาฆาตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ปกป้องเมืองแห่งภูตผีมิให้ผู้คนภายนอกรุกราน”
“ตลอดหลายสิบปีมานี้ ความแค้นของอวี๋ตันเฟิ่งมิเคยจางหายไป”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...