เมื่อลุกขึ้นได้ก็รีบวิ่งหนีไป
โหยวหัวหนิงลุกขึ้นรีบไล่ตามนางไป
เวินซินถงหนีไปตลอดทาง แล้วรีบปีนกำแพงหนีออกจากบ้านตระกูลอวี๋
เสียงดังทำให้ผู้คุ้มกันหลายคนตื่นตกใจ เมื่อพวกเขาวิ่งตามไปก็เห็นเพียงโหยวหัวหนิงที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด
“ฮูหยิน!”
โหยวหัวหนิงหันขวับมามองพวกเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็กระโจนตัวขึ้นเหาะหนีไปอย่างรวดเร็ว
ฝูงชนด้านล่างตกตะลึง
“ฮูหยินมีวรยุทธ์ตั้งแต่เมื่อใด?”
พวกลั่วชิงยวนกำลังย่องเข้าไปใกล้ห้องของโหยวหัวหนิง แต่ระหว่างทางได้ยินเสียงดัง เมื่อตามไปกลับมิพบสิ่งใดแล้ว
รอจนกระทั่งผู้คุ้มกันที่ตรวจตราหลายคนออกไป พวกลั่วชิงยวนจึงรีบรุดไปยังที่แห่งนั้น
ค้นหาไปทั่วก็ได้กลิ่นคาวเลือด
แล้วพบศพในลานบ้านนั้น
โฉวสือชีพลิกศพขึ้นมา เมื่อเห็นรอยแผลที่คอศพแล้วก็ร้องเสียงหลง “รอยแผลนี้ มันกัดกินกันสด ๆ เลยนี่…”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว หันไปมองทั้งสองคน “พวกเจ้าว่ารอยแผลนี่คุ้นตาหรือไม่?”
ทั้งสามมองหน้ากัน
โฉวสือชีอุทาน “ฝูเหมิ่งหรือ?!”
ลั่วชิงยวนมองร่างนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วกล่าวด้วยความกังวล “ฝูเหมิ่งตายไปแล้ว นี่คือโหยวจิ้งเฉิง!”
โฉวสือชีรู้สึกเหลือเชื่อ “โหยวจิ้งเฉิงยังมิตายจริงหรือ?”
ดวงตาลั่วชิงยวนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา “ต้องเป็นเขาแน่ มีเพียงเขาเท่านั้นที่หาที่นี่เจอ เพราะเขาตามข้ามาตลอด”
นางรีบหยิบเข็มทิศอาณัติสวรรค์ออกมา “ต้องรีบหาตัวเขาให้เจอ! หากเขาสิงร่างคนอื่นจะหายากยิ่งกว่าเดิม!”
คราวนี้ต้องสังหารเขาให้ได้!
เข็มทิศเริ่มหมุน แล้วชี้ทิศทางในทันที
ทั้งสามคนยังคงหลบเดินเลี่ยงผู้คุ้มกันที่ตรวจตราตามเดิม เพื่อมิให้พวกเขารู้ตัวและหลีกเลี่ยงมิให้เสียเวลามากไปกว่านี้
ในเวลานี้ โหยวหัวหนิงได้มาถึงที่ที่อวี๋หงกำลังจัดการธุระ
อวี๋หงเก็บแผนที่เรียบร้อยแล้วและเตรียมจะออกเดินทางไปยังเมืองแห่งภูตผีในวันพรุ่ง
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ตกใจ
โหยวหัวหนิงยืนอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพร่างเต็มไปด้วยเลือด ผมเผ้ารุงรัง
โหยวหัวหนิงกุมศีรษะส่ายหน้า แสดงว่ามิเป็นอะไร
“หัวหนิง คืนนี้เจ้าเป็นกระไรไป? เหตุใดบนร่างเจ้าจึงมีเลือดมากมายเช่นนี้?”
อวี๋หงยังคงงุนงง เขามองตาของโหยวหัวหนิงแล้วเริ่มประหลาดใจ
เพราะเขานึกถึงคำพูดของลั่วชิงยวน
โหยวหัวหนิงคงมิได้มีปัญหาจริง ๆ ใช่หรือไม่?
ท่าทางของนางในคืนนี้ช่างผิดปกติยิ่งนัก
โหยวหัวหนิงเองก็เงยหน้ามองเขา เมื่อเห็นสายตาของอวี๋หงที่เริ่มแปลกไป สายตาของโหยวหัวหนิงก็ค่อย ๆ เย็นชาลง
อวี๋หงพลันรู้สึกหนาวเยือกไปถึงสันหลัง
ขนลุกขึ้นมาทันใด
เขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว แล้วกล่าวว่า “ข้าจะไปเอายามาให้เจ้า”
กล่าวจบก็เตรียมจะรีบไปหานักบวชระดับสูง
แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากประตูห้อง โหยวหัวหนิงก็กระโจนเข้าใส่เขาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
คว้าตัวอวี๋หงล้มลงกับพื้นอย่างแรง หมายจะกัดคอของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...