“หลังจากนางตาย สะพานก็ขาด”
พวกเขามาถึงบ้านหลังนั้น ลั่วชิงยวนพาอวี๋หงไปยังห้องที่อวี๋ตันเฟิ่งเคยอยู่ ทุกหนทุกแห่งล้วนมีร่องรอยชีวิตของนาง
ลั่วชิงยวนพาเขาไปดูหน้าผาชันที่ทอดไปยังรังงูด้วย เพียงแต่สะพานที่นี่ยังมิได้เริ่มสร้าง
ขณะยืนอยู่ระหว่างหน้าผา ลมพายุพัดกระหน่ำ ในใจของอวี๋หงสั่นสะท้าน “ที่นี่… ล้วนเป็นฝีมือนางสร้างเองหรือ?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า นางให้ลุงเฉิงนำแผนที่การวางกำลังป้องกันและบันทึกส่วนตัวของอวี๋ตันเฟิ่งมา
“นางวางแผนสำหรับเมืองแห่งภูตผีไว้อย่างยิ่งใหญ่ มิใช่เพียงที่นี่ แต่รวมถึงกลไกบนเขาทั้งลูก ป้อมปราการป้องกันทุกแห่งล้วนเป็นนางสร้างเองทั้งสิ้น”
เมื่ออวี๋หงเห็นเนื้อความในบันทึกนั้น ในใจก็พลันหนักอึ้งพลางน้ำตาคลอ
“เมื่อก่อนนางเคยเล่าความคิดเช่นนี้ให้ข้าฟัง แต่มันช่างเลื่อนลอยเกินไป ท่านพ่อกับข้าจึงปฏิเสธนาง”
“เมื่อมาคิดดูในตอนนี้ พวกข้าผิดเอง”
“หากเมื่อครั้งนั้นให้การยอมรับและให้ความมั่นใจแก่นางมากกว่านี้ นางอาจจะมิทำเช่นนี้โดยมิบอกพวกข้า”
“และคงจะมิก่อให้เกิดผลร้ายเช่นในวันนี้”
อวี๋หงหัวใจสลายและเต็มไปด้วยความสำนึกผิด
น่าเสียดายที่กาลเวลามิอาจหวนคืน ทุกสิ่งมิอาจกลับไปเป็นเช่นเดิมได้
อวี๋หงมองไปยังหน้าผาพลางจมอยู่ในห้วงความคิด
ลั่วชิงยวนจึงออกไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ปล่อยให้อวี๋หงอยู่คนเดียวสักครู่
เมื่อกลับมาถึงลานบ้าน ลุงเฉิงจึงรีบกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง ข้าน้อยจะไปสั่งห้องครัวให้ทำอาหารมาขอรับ”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ยังมีอีกเรื่อง คนกว่าร้อยคนกำลังขึ้นเขามาตามหาข้า”
“จับตาดูความเคลื่อนไหวของคนพวกนั้น หากยังคงมุ่งหน้าขึ้นมาก็จำเป็นต้องลงมือขัดขวาง”
ลุงเฉิงรับคำ “ขอรับ!”
โฉวสือชีก็ไปช่วยด้วย
ลั่วชิงยวนเงยหน้ามองแสงตะวันยามสนธยาอันงดงาม แล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าในลานบ้าน
เบื้องหน้าคือทะเลเมฆอันกว้างใหญ่
คนใบ้ยืนอยู่ข้างนางอย่างเงียบเชียบ
“อวี๋หงมิควรปฏิเสธน้องสาวของเขาจริง ๆ อวี๋ตันเฟิ่งก็มิได้จากบ้านไปด้วยความโกรธ พวกเขาต่างห่วงใยกัน แต่กลับมิได้เอ่ยคำในใจออกมาให้ชัดเจน”
ภายใต้หน้ากาก ฟู่เฉินหวนจ้องมองนางเงียบ ๆ ในสายตาของเขามีเพียงนาง
คนที่รักอยู่ตรงหน้า เขาอยู่ใกล้นางเพียงนี้ แต่กลับรู้สึกราวกับมีเหวลึกที่มิอาจข้ามผ่านขวางกั้นอยู่ระหว่างเขากับนาง
ฝ่ามือของฟู่เฉินหวนกำแน่นแล้วคลายออก สุดท้ายก็ทำได้เพียงนั่งอยู่เคียงข้างนางเงียบ ๆ
บัดนี้มีโอกาสที่จะได้อยู่เคียงข้างนางเช่นนี้ เขาก็พอใจแล้ว
ทั้งสองนั่งเงียบ ๆ เพลิดเพลินไปกับสายลมและทิวทัศน์
อวี๋หงยืนอยู่หน้าผาคนเดียวนานหลายชั่วยามแล้วและเพิ่งจะกลับมา
เมื่อกลับมา ดวงตาของเขาก็ยังคงแดงก่ำ
“แม่นางลั่ว พวกเราออกไปกันเถิด”
“ได้สิ”
ลั่วชิงยวนจึงลุกขึ้นจากพื้น
ลุงเฉิงมาถึงพอดี “ท่านเจ้าเมือง อาหารพร้อมแล้วขอรับ”
“คนกว่าร้อยคนที่มาจากบนเขา ตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว คาดว่าคงทนได้มิถึงบ่ายขอรับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...