ลั่วชิงยวนหันหลังกลับไปมองแวบหนึ่ง พลันมิสบายใจขึ้นมา
เมื่อคำนวณตำแหน่งและระยะทางอีกครั้ง ลั่วชิงยวนก็รีบกระซิบข้างหูคนใบ้ว่า “ไปสุสาน”
“เข้าหมู่บ้านจากด้านหลัง”
อาคมลวงตาของหมู่บ้านนั้นยังมิได้ถูกปลดออกไป ก่อนหน้านี้ตั้งไว้เพื่อป้องกันฝูเหมิ่ง จนถึงบัดนี้ก็ยังคงอยู่
คนใบ้พยักหน้าแล้วรีบแบกลั่วชิงยวนเดินอย่างรวดเร็ว พาคนอื่น ๆ รีบรุดไปยังสุสาน
คนสิบกว่าคนที่อวี๋หงพามาต่างหยิบธนูออกมายิงใส่คนของเกาเหมียวเหมี่ยวเพื่อสกัดกั้นนางไว้
มินานหลายคนก็ทยอยวิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน
ลั่วชิงยวนถูกวางลงกับพื้น นางมองคนใบ้ด้วยความเป็นห่วง “อาถู่ เจ้ามิเป็นกระไรใช่หรือไม่?”
คนใบ้ส่ายหน้า แสดงว่าเขามิเป็นอะไร
จากนั้นพวกอวี๋หงก็ทยอยมาถึง
หลังจากทุกคนเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว ลั่วชิงยวนก็ขยับตำแหน่งอักขระ
“ท่านเจ้าเมือง ท่านให้คนสองคนเฝ้าอยู่ที่นี่ ส่วนคนอื่น ๆ ไปยังลานด้านหน้าก่อนเถิด”
บัดนี้ใกล้พลบค่ำแล้ว หมอกหนาเริ่มก่อตัวในป่า
กอปรกับฤทธิ์ของอาคมลวงตา จึงซ่อนหมู่บ้านทั้งหมดไว้
พวกเขาอยู่ในหมู่บ้านและได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ภายนอกหมู่บ้าน มีคนมิน้อย แต่ก็เพียงแค่เดินผ่านไป
คนพวกนั้นหาหมู่บ้านมิพบ
เกาเหมียวเหมี่ยวตามมาถึงสุสาน แต่มาถึงที่นี่แล้วกลับมิเห็นร่องรอยใด ๆ เบื้องหน้า
ในมิช้า บริวารด้านหลังก็มาถึง
“องค์หญิง! ท่านมิเป็นกระไรใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!”
เกาเหมียวเหมี่ยวโกรธจนถีบเขาไปทีหนึ่ง “พวกไร้ประโยชน์!”
“ตามหาให้ข้า! ค้นสุสานให้ทั่วทุกมุม อย่างไรก็ต้องหาให้เจอ!”
เกาเหมียวเหมี่ยวโกรธเคืองยิ่งนัก
คนของเกาเหมียวเหมี่ยวทั้งหมดจึงมารวมตัวกันที่สุสาน
ลั่วชิงยวนรอจนฟ้ามืด และนำกองทัพออกเดินทางอีกครั้ง พวกเขาออกจากหมู่บ้านทางด้านหน้า เลี่ยงคนของเกาเหมียวเหมี่ยวแล้วมุ่งหน้าไปยังวัดร้าง
“มิใช่ ท่านผู้นี้คือพี่ชายของอวี๋ตันเฟิ่ง” ลั่วชิงยวนแนะนำ
ลุงเฉิงตกใจเมื่อได้ยินดังนั้น “พี่ชายของอวี๋ตันเฟิ่ง?”
อวี๋หงพยักหน้า เขามองออกไปข้างนอกด้วยสีหน้าซับซ้อนแล้วค่อย ๆ เดินออกจากลานบ้านไป
น้ำเสียงของเขาค่อนข้างหนักแน่น “ที่นี่คือที่ที่นางเคยอยู่ใช่หรือไม่”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า “มิใช่”
“ที่นี่โหยวจิ้งเฉิงสร้างขึ้นหลังจากสังหารนาง ข้าจะพาท่านไปยังที่ที่นางเคยอยู่”
ลุงเฉิงตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วรีบนำทาง “ใช่แล้วขอรับ ข้าน้อยได้เสริมสะพานไม้กระดานไว้ที่นั่นแล้ว ตอนนี้สร้างสะพานไปได้ครึ่งทางแล้วขอรับ”
ลั่วชิงยวนประหลาดใจ มิคิดว่าลุงเฉิงจะทำงานเร็วถึงเพียงนี้
เมื่อพวกเขาเดินไปบนสะพานไม้กระดานบนหน้าผา ฟ้าก็สางพอดี แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านหมอกหนาลงมาบนร่างของพวกเขา
หมอกโดยรอบจางหายไป ทัศนียภาพจึงเปิดกว้างขึ้นมาก
คณะเดินทางเดินอย่างระมัดระวังบนสะพานไม้กระดาน อวี๋หงถามว่า “เมื่อก่อนนางก็เดินมาทางนี้เช่นกันหรือ?”
“มิใช่ เมื่อก่อนมีสะพาน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...