“เช่นนั้น ก็วัดให้องค์ชายห้า และตัดเย็บอาภรณ์ให้เขาด้วยเถิด”
สายตาของฟู่เฉินหวนยะเยือกลงทันที
ลั่วชิงยวนถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ท่านอ๋องคงมิได้มีจิตใจคับแคบเช่นนั้นใช่? คนทั้งตำหนัก กระทั่งคนนอกอย่างลั่วเยวี่ยอิงยังมีอาภรณ์ใหม่ แต่เสด็จน้องแท้ ๆ ของท่านกลับมิมีน่ะหรือ?”
น้ำเสียงของนางอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก แต่กลับกำลังพูดเหน็บแนม
สีหน้าของฟู่เฉินหวนมืดครึ้มลงทันที น้ำเสียงก็เยือกเย็นมากยิ่งขึ้น “เจ้าช่างห่วงใยน้องห้าของข้าเสียจริง”
ลั่วชิงยวนยิ้มเลิกคิ้ว และตั้งใจพูดแซะ “หม่อมฉันเรียนรู้มาจากท่านอ๋องเพคะ”
สีหน้าของฟู่เฉินหวนอึมครึม ส่วนลั่วชิงยวนหันร่าง และเดินจากไปทันที
ซูโหยวที่อยู่อีกด้านมองอย่างอกสั่นขวัญหาย เขารีบขึ้นหน้าประคองท่านอ๋องไว้ “ท่านอ๋อง ท่านหมอเทวดากล่าว อาการของท่านตอนนี้มิควรกริ้วโกรธ! ท่านต้องควบคุมอารมณ์พ่ะย่ะค่ะ”
ลมหายใจของฟู่เฉินหวนรุนแรงขึ้น ปลายนิ้วเย็น ๆ ของเขากดไปบนหน้าผาก “บางทีหมอเทวดากู้พูดถูก เมื่อหย่าร้างกับลั่วชิงยวน ทุกอย่างจะกลับเป็นปกติ”
ตั้งแต่ที่ลั่วชิงยวนแต่งเข้ามาในตำหนัก ก็มิเคยมีวันสงบอีกต่อไป และวันนี้ที่เขาต้องกริ้วโกรธ ก็เป็นเพราะลั่วชิงยวนเช่นกัน!
ซูโหยวบ่นอุบอย่างอดมิได้ “แต่เมื่อคืน คุณหนูรองต่างหากที่ทำท่านพิโรธ…”
สิ้นเสียง ฟู่เฉินหวนเงยหน้าพร้อมสายตาเยือกเย็น เขามองไปทางซูโหยวอย่างดุดันพร้อมคิ้วที่ขมวดกันเป็นปมแน่น “เจ้าอยู่ข้างลั่วชิงยวนงั้นรึ?!”
ซู่โหยวก้มหน้าลง “กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงกล่าวตามความจริง”
“กระหม่อมมิรู้ว่า พระชายาเป็นคนเช่นไร แต่คุณหนูรองกลับมิมีด้านดีเลย นางมิคู่ควรให้ท่านกระทำถึงเช่นนี้ หากนางเข้าใจท่านจริง ๆ นางก็มิควรมาก่อกวนท่านบ่อย ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
เขาไม่ได้เข้าข้างใคร เขาเพียงคิดเพื่อท่านอ๋องทั้งใจ!
……
นับแต่ที่ฟู่เฉินหวนเดินออกจากเรือน ลั่วชิงยวนไปที่เรือนทักษิณาก่อน
ร่างผอมบางและอ่อนแอไขว้มือไว้เบื้องหลัง ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ ลมอ่อนโบกพัดใบไม้แห้ง ปลิวตกบนบ่าของเขา
“องค์ชายห้า” ลั่วชิงยวนขานเรียกเสียงเบา
เมื่อได้ยินเสียง ฟู่อวิ๋นโจวหันร่าง ใบหน้าเย็นชาเผยรอยยิ้มไม่รู้ตัว กระทั่งนัยน์ตายังแฝงแววยิ้ม
ฟู่อวิ๋นโจวได้ยินแล้วรู้สึกดีใจมาก แต่เขากลับยิ้มขมขื่น “ขอบใจเจ้านะ”
“เพียงแต่ข้าก็ยังอยากรักษาให้หายก่อนจึงค่อยไปหาท่านมหาราชครู”
พูดถึงตรงนี้ ลั่วชิงยวนจึงถือโอกาสถาม “หมอเทวดากู้รักษาให้ท่านอยู่มิใช่หรือ? ท่านรู้สึกดีขึ้นหรือไม่เพคะ?“
ฟู่อวิ๋นโจวหลุดยิ้ม เขาจ้องมองไปที่นางอย่างล้ำลึก พร้อมเอ่ยพูดช้า ๆ “ชิงยวน… เจ้าคิดว่าหมอเทวดากู้รักษาโรคให้ข้าอยู่จริงหรือ?”
สีหน้าของลั่วชิงยวนแข็งทื่อ
นางเข้าใจความหมายของฟู่อวิ๋นโจว เพียงแต่มิได้เอ่ยตอบ
ฟู่อวิ๋นโจวเห็นการตอบสนองของนาง จึงเผยรอยยิ้มจำใจ เขาเปลี่ยนเรื่องคุยทันขวัญ “ข้าได้ยินมาว่า หลายคนที่ถูกโรคร้ายเหนี่ยวพัน แท้จริงแล้วมิใช่โรค แต่เป็นสิ่งสกปรกบางอย่าง”
“ข้าสืบมาได้ว่า มีที่แห่งหนึ่ง มีนักทำนายชะตาที่เก่งกาจมาก”
“ข้าว่าจะรอให้ร่างกายดีขึ้น ค่อยไปเยี่ยมเยียนเขา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...