เฉินชีเหาะวูบเดียวก็ลงสู่พื้นอย่างมั่นคง
ลั่วชิงยวนจึงควบม้าเร่งความเร็ว มินานก็ไล่ตามฉีอวี้และโฉวสือชีทัน
ฉีอวี้แทบจะต้องเช็ดน้ำตาขณะควบม้าวิ่งไปข้างหน้าไปด้วย มิอยากหยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว นางร้อนใจยิ่งนัก
พวกเขารีบเดินทางทั้งวันทั้งคืน เปลี่ยนม้าสี่ครั้งกลางทาง ใช้เวลาหกวัน จึงมาถึงนอกเมืองอวิ๋นโจว
แต่ที่ด่านตรวจป้องกันเมืองนั้นเข้มงวดเป็นพิเศษ ทุกคนต้องได้รับการตรวจค้น สินค้าก็ต้องได้รับการตรวจค้น มิให้เข้าเมืองโดยง่าย
ลั่วชิงยวนและพรรคพวกยิ่งมิอาจเข้าเมืองได้
จากนั้นลั่วชิงยวนจึงพาทุกคนไปหลบในป่าก่อน
นางสั่งการว่า “ไปซื้ออาภรณ์ชาวบ้านมาเปลี่ยน แล้วแบ่งกลุ่มติดตามผู้อื่นเข้าเมือง”
“เมื่อเข้าเมืองแล้วค่อยรวมตัวกัน!”
จากนั้นโฉวสือชีก็รีบพาคนไปหาอาภรณ์จำนวนมากมา
พวกเขาสวมทับอาภรณ์เดิมเพื่อปลอมตัว
เมื่อเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จแล้ว ลั่วชิงยวนและโฉวสือชีก็พาฉีอวี้และจูลั่วปะปนอยู่ในขบวนคาราวานเข้าเมืองไปได้อย่างราบรื่น
ลั่วชิงยวนพบว่าทหารที่ด่านตรวจเกือบทั้งหมดมุ่งเน้นการตรวจค้นรถม้าและเกี้ยว ดูเหมือนจะเน้นตรวจค้นครอบครัวของเศรษฐี
เมื่อเข้าเมืองได้อย่างปลอดภัย จูลั่วนำกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาเปิดดู มันคือภาพวาดของฉีอวี้
จูลั่วกล่าวว่า “พวกมันยังตามจับฉีอวี้อยู่ ทั่วทุกตรอกซอยเต็มไปด้วยภาพวาดของนาง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉีอวี้ที่แต่งกายเป็นชายจึงกดปีกหมวกลงต่ำอีก
นางกระซิบถามว่า “ที่นี่เพียงแค่เขตแดนอวิ๋นโจวเองหรือ? กว่าจะถึงเมืองอวิ๋นโจวยังต้องผ่านเมืองอีกสามเมือง”
“มีด่านตรวจอย่างน้อยห้าหกด่าน พวกเราจะไปถึงเมืองอวิ๋นโจวได้อย่างราบรื่นหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ต้องไปถึงแน่นอน”
“ไปซื้ออาภรณ์สองสามชุดก่อน จูลั่ว เจ้าไปโรงเตี๊ยมก่อน”
“โฉวสือชี เจ้าไปสืบข่าวตามท้องถนนดูว่าช่วงนี้มีขบวนคาราวานใดไปยังเมืองอวิ๋นโจวหรือไม่ แล้วหาโอกาสปะปนเข้าไป”
ทุกคนรีบแยกย้ายกันไป
เถ้าแก่จี้รีบทำท่าเชิญ “พวกเราเข้าไปคุยกันในห้องเถิด”
ข้าง ๆ ยังมีชายผู้หนึ่งติดตามเข้าไปในห้อง ทำให้ลั่วชิงยวนอยากจะพูดแต่ก็ลังเล
เถ้าแก่จี้จึงกล่าวว่า “อวิ๋นเฟิง เจ้าออกไปก่อนเถิด ที่นี่ให้ข้าจัดการเอง”
กล่าวจบก็รินชาให้ลั่วชิงยวนด้วยตนเอง
อวิ๋นเฟิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วถอยออกจากห้องไป
จากนั้นลั่วชิงยวนก็กล่าวในทันที “ข้าเห็นว่าเถ้าแก่จี้คงยินดีช่วยข้าเรื่องนี้ โฉวสือชีเล่าว่าท่านเพิ่งจะมาจากตลาดมืด แสดงว่าท่านก็สนใจที่จะทำกิจการกับตลาดมืด”
“ข้าจะมิพูดอ้อมค้อม หากเถ้าแก่จี้ช่วยข้าเรื่องนี้ ในภายหน้าสามารถมาเจรจากิจการของตลาดมืดกับข้าได้โดยตรง”
“ข้าจะพยายามอำนวยความสะดวกให้ขบวนคาราวานของท่านอย่างเต็มที่”
เหตุผลที่ตลาดมืดดำรงอยู่ได้นานหลายปีก็เพราะมีพ่อค้าจำนวนมาก และมีสิ่งของที่มิอาจเปิดเผยได้มากมาย ซึ่งจะซื้อขายกันในตลาดมืด
พ่อค้าบางราย หากสามารถนำสิ่งของในตลาดมืดไปขายข้างนอกได้ก็สามารถทำเงินได้มหาศาล

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...