แต่หากพวกเขาต้องการที่จะพบเจอของดีในตลาดมืด ส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยการแย่งชิงและโชคชะตา
ไม่มีผู้ประกอบการคนใดมิปรารถนาที่จะร่วมมือกับตลาดมืด
เมื่อเถ้าแก่จี้ได้ยินดังนั้นก็ยินดียิ่งนัก รีบตอบรับ “คุณหนูใหญ่กล่าวมาถึงเพียงนี้ หากข้ามิรับปาก ก็จะเป็นผู้มิรู้จักความดีงามแล้ว!”
“มิขอปิดบัง คราวนี้พวกเรามาตลาดมืดเพื่อตามหาสมบัติโบราณบางอย่าง แต่… สุดท้ายก็มิได้สิ่งใดกลับมาเลย”
“คนในตลาดมืดชอบทำการค้ากับคนรู้จัก เพราะคนรู้จักเชื่อถือได้มากกว่า พวกเราเพิ่งเคยมาตลาดมืดเป็นครั้งแรก การซื้อของจึงไม่มีข้อได้เปรียบมากนัก”
“ข้าเดินทางไปมาระหว่างแคว้นเทียนเชวียและแคว้นหลี คราวนี้ก็ตั้งใจจะขยายกิจการให้กว้างไกลกว่าเดิม หากคุณหนูใหญ่ยินดีร่วมมือกับขบวนคาราวานของพวกเรา ข้ารับรองว่าจะมิทำให้คุณหนูใหญ่ผิดหวัง!”
“จะมิทำให้พวกท่านขาดทุนแน่นอน!”
เถ้าแก่จี้ก็แสดงท่าทีและความตั้งใจของตนเองออกมาอย่างชัดเจน
เรื่องนี้ทำให้ลั่วชิงยวนวางใจยิ่งขึ้น เถ้าแก่จี้ผู้นี้ดูแล้วเป็นคนไว้ใจได้
“ดี เช่นนั้นก็ตกลงกันตามนี้เถิด”
“คนของข้าจะติดตามขบวนคาราวานไปยังเมืองอวิ๋นโจวในอีกสองสามวันนี้”
เถ้าแก่จี้เห็นว่าพวกนางรีบร้อนมาก จึงกล่าวอย่างเต็มใจว่า
“ได้ จัดการเตรียมการแล้วออกเดินทางในอีกสักครู่! คืนนี้เร่งเดินทาง คืนวันพรุ่งพักผ่อนหนึ่งคืน มะรืนนี้คงจะถึง”
หากขี่ม้าไปจะถึงเร็วกว่านี้ แต่บัดนี้ด่านตรวจแต่ละแห่งเข้มงวดนัก พวกเขาจึงต้องกระทำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ไปถึงเมืองอวิ๋นโจวได้อย่างปลอดภัย
ส่วนจะพบเจอสิ่งใดในเมืองอวิ๋นโจวก็ดีกว่าถูกสกัดไว้ก่อนที่จะถึงเมืองอวิ๋นโจว
เถ้าแก่จี้รีบออกคำสั่ง จัดการเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง
ลั่วชิงยวนและพรรคพวกก็ฉวยโอกาสเปลี่ยนอาภรณ์ให้เหมือนกับคนในขบวนคาราวานด้วย
ในลานบ้าน อวิ๋นเฟิงกล่าวด้วยความมิพอใจ “อาจารย์ พวกเรายังมิได้พักผ่อนนานเท่าไรเลย จะออกเดินทางอีกแล้วหรือขอรับ?”
“แม้เร่งเดินทางก็คงมิต้องถึงกับรีบออกคืนนี้กระมังขอรับ?”
เถ้าแก่จี้กลับกล่าวว่า “ถึงเมืองอวิ๋นโจวเร็วก็สบายใจเร็ว รีบไปเก็บของเถิด”
อวิ๋นเฟิงยังอยากจะกล่าวบางอย่างอีก แต่ก็จำต้องอดกลั้นไว้
จากนั้นคณะเดินทางก็เริ่มออกเดินทาง
ขบวนคาราวานจะแยกชายหญิงให้พักในเรือนคนละหลัง ดังนั้นลั่วชิงยวนและคนอื่น ๆ ก็พักแยกกันไปตามระเบียบ
ลั่วชิงยวนกับฉีอวี้พักห้องเดียวกัน
เดินทางมาหลายวัน ลั่วชิงยวนล้มตัวลงนอนก็หลับทันที
แต่ฉีอวี้กลับนอนมิหลับ นางมิรู้ว่าการตัดสินใจกลับมายังเมืองอวิ๋นโจวในครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่
บางทีอาจจะมิได้เห็นศพของบิดามารดาด้วยซ้ำ กลับมาก็ไร้ประโยชน์ แถมยังทำให้ผู้คนมากมายต้องลำบากไปด้วย
จนกระทั่งดึกดื่น ฉีอวี้ก็ยังนอนมิหลับ
จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง นางจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม
ทว่าเมื่อพลิกตัว
ใบหน้าซีดเผือดพลันปรากฏอยู่ด้านหลัง
“กรี๊ด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...