ลั่วชิงยวนสะดุ้งตื่น เมื่อพลิกกายลุกขึ้นก็เห็นฉีอวี้กลิ้งตกจากเตียง
นางรีบก้าวเข้าไปถาม “เจ้าเป็นกระไรไป?”
ใครเล่าจะรู้ว่าฉีอวี้กลับแสดงท่าทีตอบโต้รุนแรง “อย่าแตะต้องข้า! อย่าแตะต้องข้า!”
ฉีอวี้คว้าเก้าอี้แล้วลุกขึ้นเตรียมจะทุ่มใส่ลั่วชิงยวน
แต่เมื่อเห็นใบหน้าของลั่วชิงยวน ฉีอวี้ก็หยุดมือ
ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวพร้อมหายใจถี่ และมองซ้ายมองขวา
ท่าทางหวาดระแวงอย่างยิ่ง
ลั่วชิงยวนเห็นว่าฉีอวี้หวาดกลัวมาก แสดงว่าคงถูกอะไรบางอย่างทำให้ตกใจ
ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงพลังหยิน
แต่มิได้ปรากฏอยู่ในห้องแล้ว
ลั่วชิงยวนก้าวไปเปิดประตูหมายจะออกไป แต่ฉีอวี้ก็รีบคว้ามือของนางไว้ด้วยความหวาดกลัว
ลั่วชิงยวนหยิบยันต์แผ่นหนึ่งแปะลงบนตัวฉีอวี้ “เจ้าจงอยู่ในห้องนี้”
“ข้าจะไปดูว่าเกิดกระไรขึ้น”
ฉีอวี้พยักหน้า แล้วกำชับว่า “เช่นนั้นท่านระวังตัวด้วย”
ลั่วชิงยวนเดินออกจากห้อง แล้วปิดประตูอย่างระมัดระวัง
ในลานบ้านยังคงเงียบสงัด มิรู้ว่าคนอื่น ๆ เหนื่อยเกินไปจนมิตื่นเพราะเสียงร้องของฉีอวี้ หรือว่าถูกอะไรบางอย่างทำให้หมดสติไปแล้ว
ลั่วชิงยวนเดินออกจากห้อง แล้วหยิบเข็มทิศอาณัติสวรรค์ออกมา
นางสัมผัสได้ถึงพลังหยินอยู่ในลานบ้านแห่งนี้จริง ๆ
นางตั้งใจว่าหากสิ่งนั้นหนีไป นางก็จะมิตาม
แต่เมื่อนางเดินไปถึงมุมกำแพง ที่กำแพงกลับปรากฏเงาร่างสตรีในชุดขาว นางถูกโซ่เหล็กล่ามแขนขาไว้และพยายามดิ้นรนยื่นมือมาทางลั่วชิงยวน
ท่าทางนั้นราวกับกำลังขอความช่วยเหลือจากนาง
ลั่วชิงยวนหยิบยันต์ขึ้นมาโบกไปทีหนึ่งก็เห็นว่าที่กำแพงมีอาคมบทหนึ่งที่ผนึกสตรีผู้นั้นไว้ภายในกำแพง
ในใจนางสงสัย นางมาถึงที่นี่ตอนกลางวันก็หาได้สังเกตไม่ มิรู้ว่าสตรีผู้นี้ถูกผนึกไว้ภายในกำแพงตั้งแต่เมื่อใดกัน
ลั่วชิงยวนรีบไปแก้อาคมผนึก
ทว่าในขณะที่มือของนางแตะต้องกำแพง สตรีที่อยู่ด้านในกลับดิ้นหลุดจากโซ่เหล็กอย่างรุนแรง
สตรีผู้นั้นคว้ามือของลั่วชิงยวนไว้ ก่อนจะดึงลั่วชิงยวนเข้าไปในกำแพงอย่างแรง
ลั่วชิงยวนตรวจสอบอาคมบนกำแพง ก็อดมิได้ที่จะตกใจ นี่คือวิชาของสำนักเทียนฉยง!
มาเพื่อนางเลยหรือ?
เดิมทีนางตั้งใจจะไล่ตามไป แต่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็มิได้ตามไป รีบหันหลังวิ่งไปยังเรือนข้าง ๆ ที่กำลังไฟไหม้
บัดนี้มีผู้คนมากมายกำลังช่วยกันดับไฟ
ทันใดนั้นจูลั่วก็แบกโฉวสือชีออกมาจากกองไฟ
คนอื่น ๆ ก็ทยอยถูกช่วยออกมา
ลั่วชิงยวนรีบก้าวเข้าไปถาม “มิเป็นกระไรใช่หรือไม่?”
โฉวสือชีส่ายหน้า ยังคงวิงเวียนศีรษะขณะกล่าวว่า “เมื่อคืนอาหารที่กินเข้าไปผิดปกติ”
ลั่วชิงยวนใจหายวาบ มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดคนพวกนั้นถึงหลับเป็นตาย
แต่นางกลับมิได้กินสิ่งใดที่ผิดปกติ
จูลั่วได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจ “ข้ามิได้กิน”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า มองซ้ายมองขวา แล้วถามด้วยความประหลาดใจ “ฉีอวี้อยู่ที่ใด?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...