ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางจงใจเบียดตัวไปทางเฉียงเวย "ข้าตัวใหญ่จริง ๆ นั่นแหละ และข้าก็สามารถทับเจ้าตายได้ เจ้าเชื่อหรือไม่?"
เฉียงเวยถูกเบียดเข้ามุม นางถูกบีบระหว่างลั่วชิงยวนและลั่วเยวี่ยอิง ลั่วชิงยวนเบียดจนมีพื้นที่ว่าง ก่อนจะกวักมือเรียกจือเฉาที่อยู่นอกรถม้า ตบพื้นที่ว่างข้างตัว และเอ่ยขึ้น "จือเฉา ขึ้นมา"
จือเฉายิ้มและรีบเข้ามาในรถม้า "พระชายา ท่านใจดีจริง ๆ เจ้าค่ะ"
เฉียงเวยบิดตัวไปมา และเอ่ยอย่างไม่พอใจ "พระชายารถม้าคันเล็กนิดเดียว เหตุใดท่านถึงได้นำนางรับใช้ขึ้นมาด้วยเล่าเจ้าคะ! ดูสิเบียดคุณหนูรองหมดแล้ว!”
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกอึดอัดมาก จนนางแทบจะหายใจไม่ออก
"พวกเจ้าเบียดกันแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า? ถ้าใครมิอยากเบียดก็ลงไปสิ" ลั่วชิงยวนตะคอกเสียงเย็น อาศัยขนาดของตัวเองเบียดเข้าไปอีก
แม้ว่าร่างกายจะอ่อนแอ แต่น้ำหนักก็หนักพอควร ไม่ว่าเฉียงเวยจะผลักกลับแค่ไหน นางก็ไม่ขยับเลยสักนิด ราวกับภูเขาลูกเล็ก ๆ
ท้ายที่สุดลั่วเยวี่ยอิงก็ทนมิไหวอีกต่อไป นางไล่นางรับใช้สองคนออกจากรถม้า จึงมีพื้นที่ที่กว้างขึ้น
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก แต่นางก็ทำอะไรมิได้ ได้แต่นั่งหน้าบูดมาตลอดทาง
ลั่วชิงยวนคือคนที่ต้องกลับมาคารวะผู้ใหญ่ในครั้งนี้ แต่เนื่องจากลั่วเยวี่ยอิงถูกทำร้ายจนสลบ และถูกแทนที่ในวันแต่งงาน จนได้พักฟื้นอยู่ในตำหนักอ๋อง นางจึงได้กลับจวนอัครเสนาบดีพร้อมกับลั่วชิงยวนในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวต่างคิดว่าคนที่กลับมาคารวะผู้ใหญ่คือลั่วเยวี่ยอิง
ขณะนี้มีนางรับใช้จำนวนมากมารวมตัวกันที่ประตูจวนของเสนาบดี เมื่อเห็นรถม้ากำลังมา พวกเขาก็ตื่นเต้นกันมาก "มาแล้ว คุณหนูรองกลับมาแล้ว!"
ลั่วชิงยวนออกจากรถม้าก่อน และลั่วเยวี่ยอิงก็ตามลงมา
นางรับใช้กลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาล้อมลั่วเยวี่ยอิงไว้ตรงกลาง ไม่มีใครสนใจลั่วชิงยวนที่อยู่ข้าง ๆ แม้แต่น้อย ทุกคนต่างก็มิสนใจนาง เหมือนนางคืออากาศธาตุ แถมยังมีคนเหยียบเท้านางโดยมิได้ตั้งใจอีกด้วย
เมื่อเห็นเช่นนั้น จือเฉาก็รู้สึกมิพอใจ "พวกเจ้าทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไร!"
ลั่วชิงยวนจับมือนาง ช่างมันเถอะ นางไม่อยากสร้างปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่หัวนางยังรู้สึกมึนงงอยู่เช่นนี้ นางแค่อยากจะจบมัน และกลับไปนอนพักผ่อนโดยเร็วที่สุด
นางก้าวตรงไปที่ประตู
ทันทีที่เข้ามาในลาน นางก็เห็นแอ่งน้ำคดโค้งสวยงามที่ล้อมรอบคฤหาสน์ทั้งหมด น้ำใสไหลผ่านสะพานเล็ก ๆ ดอกไม้และต้นไม้มากมาย ทั้งสวนเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ราวกับอยู่บนสวรรค์ มีหินบางก้อน ซึ่งแตกต่างจากหินประดับทั่วไป มันไม่ได้มีรูปร่างที่น่าดึงดูด แต่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับเนินเขาสองสามลูก ศาลาจึงดูมีขนาดเล็กไปเลยเมื่ออยู่ด้านหน้าของเนินเขาเหล่านั้น
ลักษณะเรือนไม้แกะสลักและทาสีอาคาร แม้ว่าจะอยู่ในเมืองที่วุ่นวายเช่นเมืองหลวง แต่ก็ยังมีความรู้สึกว่าถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ ต้องบอกว่านี่คือฮวงจุ้ยที่ยอดเยี่ยมมาก!
นางเดินไปชมไป แต่เมื่อเดินเข้าไปถึงจวนชั้นในก็พบกับตะเกียงหินข้างทางเดินซึ่งเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ตกกลางคืนเมื่อไฟในตะเกียงหินนี้ถูกจุด มันจะดูเหมือนดวงตาของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้จวนเกิดความสงบลง และขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ป้องกันภัยพิบัติได้ นี่คือการตกแต่งฮวงจุ้ยที่ใช้กันทั่วไปโดยปรมาจารย์ฮวงจุ้ยแห่งราชวงศ์ของแคว้นหลี่
นางอดมิได้ที่จะขมวดคิ้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าตระกูลลั่วนี้มีจะมีปรมาจารย์ฮวงจุ้ยจากแคว้นหลี่ด้วย?
มิเคยได้ยินเกี่ยวกับปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่ทรงพลังในเทียนเชวียมาก่อน เหตุใดเมื่อกลับมาเกิดใหม่ในแคว้นเทียนเชวีย จึงได้พบปรมาจารย์ฮวงจุ้ยของแคว้นหลี่จำนวนมากมายเช่นนี้
นอกจากนี้ นางยังแอบคิดด้วยว่า บางทีปรมาจารย์ฮวงจุ้ยจากแคว้นเทียนเชวียอาจได้เรียนรู้แก่นแท้ของปรมาจารย์ฮวงจุ้ยจากแคว้นหลี่ก็เป็นได้ หรือไม่บางทีอาจเป็นนางที่คิดมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม นางตามความทรงจำของลั่วชิงยวนมายังเรือนของนาง เรือนสายธาร
แต่กลับพบว่า การตกแต่งในเรือนนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก ทั้งลานเต็มไปด้วยของเสริมฮวงจุ้ย ซึ่งนางก็คุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี! นางคือนักบวชระดับสูงแห่งแคว้นหลี่ ฮวงจุ้ยทั่วไปอย่างตำแหน่งจัดวางทางเดินของน้ำเช่นนี้จะรอดสายตาของนางไปได้อย่างไร สถานที่แห่งนี้ผู้วิเศษท่านใดเป็นคนจัดวางกัน?
ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัย จู่ ๆ ก็มีแม่นมอาวุโสคนหนึ่งเดินออกมาจากตรงมุมห้อง เมื่อเห็นนาง แม่นมก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจ "คุณหนูกลับมาแล้ว!"
แต่เนื่องเวลาผ่านไปหลายปี การจัดวางเหล่านี้จึงจำเป็นต้องทำให้สมบูรณ์แบบ ดังนั้นโชคในนี้จึงแผ่วลง แต่สิ่งเหล่านี้มิได้ส่งผลต่อตระกูลลั่วมากเท่าไหร่นัก
ของตกแต่งที่แม่ของลั่วชิงยวนใช้นั้นเป็นเครื่องประดับของปรมาจารย์ฮวงจุ้ยแห่งราชวงศ์แคว้นหลี่ แม่ของลั่วชิงยวนคือใครกัน? คงมิใช่เพื่อนร่วมชั้นเรียนในสำนักเดียวกับนางหรอกใช่ไหม?
น่าเสียดายที่ลั่วชิงยวนต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วยหนัก ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อสมองของนาง ทำให้ความทรงจำก่อนหน้านั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับแม่ของนาง
“แม่นมกู้ ท่านแม่ของข้านั้นจากไปเร็ว นางได้ทิ้งสมบัติอะไรไว้บ้างหรือไม่?”
แม่นมกู้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "ข้าวของของท่านถูกล็อกไว้ในกล่อง ในห้องของคุณหนู ก่อนหน้านี้คุณหนูกลัวจะเสียใจหากเห็นสมบัติของแม่มิใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้อยากดูขึ้นมาเล่าเจ้าคะ "
“ข้าคิดถึงท่านแม่น่ะ!” ลั่วชิงยวนตอบ ก่อนจะรีบเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว
นางต้องรู้ให้ได้ว่า แม่ของลั่วชิงยวนคนนี้เป็นใครกันแน่!
“มันอยู่ในกล่องใดกัน แม่นมกู้ ?” นางมองไปที่ตู้ต่าง ๆ ภายในห้อง
"มันอยู่ที่ด้านล่างของตู้เสื้อผ้าหลังเตียงเจ้าค่ะ" แม่นมกู้เดินตามเข้ามาช้า ๆ และตอบมาจากด้านนอก
ลั่วชิงยวนวิ่งไปหลังเตียงทันที แต่ทันทีที่นางเปิดตู้ออก ก็พบว่าแม่กุญแจในกล่องไม้ข้างในถูกไขอยู่!
คิ้วของนางกระตุกและก็รู้สึกไม่ดีนัก
หลังจากที่เปิดกล่องไม้นั้น ด้านในมันว่างเปล่า สมบัติของแม่นั้นกลับหายเกลี้ยง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...