ใต้แสงจันทร์ นางสามารถมองเห็นร่างที่พุ่งเข้ามาด้านหน้านางอย่างชัดเจน!
“ฟู่เฉินหวน!”
นิ้วมือเย็น ๆ เปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก ลั่วชิงยวนเงยหน้าและตีลังกาหลบ
วินาทีนั้น นิ้วของเขาลูบผ่านใบหน้าของนาง
สัมผัสละเอียดอ่อนนั้น ทำปลายนิ้วของฟู่เฉินกวนรู้สึกเร่าร้อนขึ้นมา
ลั่วชิงยวนยื่นมือกดผ้าคลุมหน้าเอาไว้ นางลุกขึ้น และจดจ้องไปทางฟู่เฉินหวนด้วยสีหน้าที่สงบและแน่นิ่ง “คุณชายหมายความว่าอย่างไรกัน?”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว นัยน์ตามีแววฉงนกะพริบผ่าน
เขาฝีมือดีเช่นนี้เชียว?
“ลูกผู้ชายยังสวมใส่ผ้าปิดหน้าอีก? มีเรื่องน่าอับอายกระไรงั้นรึ?” ฟู่เฉินหวนค่อย ๆ เดินเข้าไปหานาง
กดดันจนลั่วชิงยวนต้องถอยหลังไปเรื่อย ๆ
“คุณชายเป็นใครกัน? จึงได้ยุ่งเรื่องผู้อื่นนัก ยุ่งกระทั่งการแต่งตัวของข้า” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเยือกเย็น
“ไยเจ้าต้องถอยเล่า? กลัวอะไรงั้นหรือ?” สายตาหนาวเหน็บของฟู่เฉินหวนจดจ้องลั่วชิงยวน
ในใจลั่วชิงยวนแอบกลัวจริง ๆ นางมิได้ถอยต่อ “ข้าถอยเพราะต้องการหลบทางให้ท่าน”
นางเอนกาย ให้ฟู่เฉินหวนผ่าน
แต่ฟู่เฉินหวนมิคิดจะจากไป เขาไขว้มือไว้ด้านหลัง มองมาทางนางด้วยสายตาเยือกเย็น “เจ้าคล้ายคลึงกับคนรู้จักของข้าคนหนึ่ง”
ฟู่เฉินหวนตอบมิได้ว่าความรู้คล้ายคลึงนั่นคืออะไร แต่เขารู้สึกว่าท่านเซียนฉู่ประหลาด เขาจึงมีความรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ
ลั่วชิงยวนกลับหัวเราะขึ้น “คำพูดเช่นนี้ของคุณชายมิได้ผลกับข้า”
น้ำเสียงนางแฝงความเย้ยหยัน
ฟู่เฉินหวนย่อมต้องฟังออก เขาขมวดคิ้ว จากนั้นกล่าว “คุณชายฉู่ ได้ยินว่าท่านเป็นศิษย์สำนักประตูเสวียนซาน เช่นนั้นท่านลองทำนายให้ข้าไหม?”
ลั่วชิงยวนตอบทันทีโดยไม่คิด ”ไอรอบตัวท่านมิธรรมดา ท่านเป็นชะตาร่ำรวย!”
กลับถึงในร้านของตน ลั่วชิงยวนจึงรู้สึกโล่งอก
“คุณหนู วันนี้ท่านกลับมาเร็วจัง ในห้องครัวอุ่นแกงไก่ไว้อยู่ ข้ายกมาให้ท่านนะเจ้าคะ!” จือเฉ่าเทชาร้อน จากนั้นเดินไปทางครัว
หลังมาถึงในเมืองหลวง จือเฉ่าก็มิกล้าเรียกว่าพระชายาอีก จึงเปลี่ยนเป็นเรียกคุณหนูแทน
ลั่วชิงยวนนั่งอุ่นมือข้างเตาผิง เห็นซ่งเชียนฉู่เดินเข้ามา นางจึงรีบเอ่ยถาม “เชียนฉู่ เจ้ามีวิธีใดที่สามารถทำให้ใบหน้าของข้าอัปลักษณ์กว่านี้หรือไม่?”
ซ่งเชียนฉู่ดึงผ้าปิดหน้าของนางลง กุมหน้านางและมองประเมินอย่างตั้งใจ “คุณชายรูปงาม! ใบหน้าที่งดงามเช่นนี้ เหตุใดต้องทำให้อัปลักษณ์ด้วยเล่า?“
ลั่วชิงยวนดึงมือของนางออกอย่างเหนื่อยหน่าย ”เจ้ายังจะล้อเล่นอีก!”
ซ่งเขียนฉู่นั่งลงยิ้ม ๆ “ข้าพูดความจริง! ท่านเอาแต่ทำนาย มิรู้คำขานที่ภายนอกมีต่อท่านเลยหนา”
“พวกเขาลือกันว่อนว่าที่ตรอกฉางเล่อมีคุณชายรูปงาม สวมใส่อาภรณ์สีเรียบและปกปิดใบหน้าไว้ แต่ก็ปกปิดความสูงสง่าที่แผ่จากร่างเขามิได้อยู่ดี สะอาดราวกับต้นหลิวบนเขาหิมะ”
“ข้าเห็นมีแม่นางมองหลายคนมองเจ้าจากทิศไกล และเอ่ยชมว่าเจ้าราวกับเทวดาจุติ!”
ซ่งเชียนฉู่ยิ่งพูดยิ่งสนุก ทำให้สีหน้าของลั่วชิงยวนมืดครึ้มลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...