เมื่อตอนลุกยังมองไปทางลั่วชิงยวนด้วยแววตาแฝงความนัย “ร่างกายของท่านเซียนฉู่ ต้องกินเนื้อให้มากจริง ๆ ผอมเกินไปแล้ว!”
ลั่วชิงยวนจับข้อมือ ในใจของนางกังวล อย่าบอกหนาว่าเขารู้ว่านางเป็นสตรีแล้ว
ไม่น่าเป็นอะไรใช่ไหม?
หุ่นของนางในตอนนี้แตกต่างจากนางในอดีตอย่างมาก ฟู่เฉินหวนมิมีทางนึกถึงนางแน่
เมื่อรถม้ากลับถึงในเมือง แม้จะเป็นคืนฤดูเหมันต์ แต่ใกล้ปีใหม่ รอบด้านเมืองต่างประดับไปด้วยโคมไฟ ที่เพิ่มความครึกครื้นให้กับเมือง ให้คืนฤดูเหมันต์มิรู้สึกเหน็บหนาวมากเช่นนั้น
เข้ามาถึงในเมือง ความกดดันจากเรื่องที่พบนอกเมืองของนางจึงสลายไปจนสิ้น
กลับถึงหน้าร้าน ลั่วชิงยวนกระโดดลงจากรถม้าและวิ่งไปที่หลังเรือนทันที
เห็นจือเฉาที่อยู่หลังเรือน นางรีบผลักนางออกจากประตูหลังทันที “ท่านอ๋องเสด็จมา หนำซ้ำจะเสวยมื้อดึกที่นี่อีก เจ้าไปซ่อนตัวในโรงเตี๊ยมก่อน!”
จือเฉาฉงน “เจ้าคะ? ท่านอ๋องเสด็จมาหรือ?”
“เช่นนั้นบ่าวจักกลับมาได้เมื่อไรหรือเจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนเองก็ไม่รู้ว่าฟู่เฉินหวนจะอยู่นานเพียงใด นางจึงตอบ “ค่อยกลับมาพรุ่งนี้ก็ได้ แต่เจ้าต้องระวังห้ามให้คนในตำหนักอ๋องเห็นเจ้าโดยเด็ดขาด”
จือเฉาพยักหน้า และจากไปในทันที
ลั่วชิงยวนปิดประตูหลังอย่างรีบร้อน
เมื่อหยุดที่หน้าเรือนอีกครั้ง นางพบว่าซ่งเชียนฉู่กำลังรับมือกับฟู่เฉินหวน หนำซ้ำด้านข้างนางมีชายหนุ่มที่หน้าตางดงามยืนอยู่ด้วย
เห็นนางออกมา ซ่งเชียนฉู่รู้ทันทีว่าจือเฉาได้ออกไปแล้ว นางจึงเริ่มทักทาย “รีบยกเนื้อแกะเข้าไปเถิด ข้าเตรียมเตาไว้เรียบร้อยแล้ว”
ชายหนุ่มผู้นั้นเดินเข้ารถม้า ตะลึงทีหนึ่ง “โห ตัวใหญ่เพียงนี้เชียว!”
ชายหนุ่มแบกแกะทั้งตัวลงมา
ภายในเรือน ยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มเสนอตัวบอกตนถนัดเรื่องกินเป็นที่สุด จึงให้เขาจัดการ และปรุงเนื้อแกะ
ลั่วชิงยวนจึงมองไปทางเฉินเซี่ยวหาน “วันนี้ขอบคุณท่านมากที่ยื่นมือเข้าช่วย”
อย่างน้อยนางยังพอรู้วรยุทธ แต่วันนี้หากซ่งเชียนฉู่เป็นคนออกนอกเมืองล่ะก็ คงมิได้โชคดีเช่นนี้แล้ว
บัดนี้เอง ฟู่เฉินหวนกลับเอ่ยขึ้นเคือง ๆ “ข้าช่วยเจ้า เหตุใดเจ้ามิขอบคุณข้าบ้างเล่า?”
ฟู่เฉินหวนหันไปมองนางด้วยแววตามืดครึ้ม
“หากข้ามิได้เป็นคนเอ่ยปากขอ เจ้าจะเลี้ยงมื้อนี้ข้าหรือไม่? ข้าเผลอทำสิ่งใดให้เซียนฉู่มิพอใจเข้าหรือ? เจ้าจึงได้อคติกับข้าเช่นนี้!”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ท่านอ๋อง ท่านมีตำแหน่งถึงอ๋อง กลับคิดเล็กคิดน้อยเรื่องข้าวหนึ่งมื้อกับชาวบ้านธรรมดาอย่างกระหม่อม เหตุใดคุณชายเฉินจึงมิเหมือนท่านบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนแฝงความโกรธเคือง ทุกคนต่างฟังออกหมด ยิ่งซ่งเชียนฉู่ นางรู้สึกเสียวสันหลังแทนลั่วชิงยวน
ฟู่เฉินหวนกวาดตามองเฉินเซี่ยวหานที่กำลังยุ่งเหยิง
จากนั้นหันไปมองลั่วชิงยวน และหัวเราะเสียงต่ำ “คุณชายเฉินหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณชายเฉินท่านนี้คือใคร?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...