“สิ่งที่เรียกว่าบุพนิมิตและลางร้ายล้วนกระทำโดยเจตนาของผู้ที่หมายใส่ร้ายท่านอ๋อง!”
เสียงหนักแน่นเด็ดเดี่ยวขอนางดังก้องไปทั่วจัตุรัส
ไม่รู้ว่าหน้ากากทองคำนั้นเด่นแวววาวเกินไปหรือไม่ แต่มันให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง
เมื่อได้ยินวาจาเหล่านั้น ก็เกิดเสียงอุทานโดยรอบ
“อะไรนะ? ใส่ร้าย?”
“หมายความเยี่ยงไร?”
หากใส่ร้าย เช่นนั้นแล้วปรากฏการณ์ประหลาดนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรเล่า?
บัดนี้เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างสับสนฉงนใจ
ใต้เท้าฟางกล่าวอย่างเคร่งขรึม "ไร้สาระ! พระชายาอ๋องมิเคยมาที่แห่งนี้ นางคงมิรู้ถึงความสำคัญของอนุสวรีย์มังกรและหงส์เพลิง สิ่งนี้แสดงถึงพระวิญญาณบรรพบุรุษของราชวงศ์ในหอบรรพบุรุษ พระชายาอ๋องเอ่ยไร้สาระเช่นนี้เพื่อปกป้องท่านอ๋องเสียมากกว่าหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนั้นลั่วชิงยวนก็หัวเราะเยาะ “ข้ารึพูดไร้สาระ? เป็นท่านต่างหากกระมัง ใต้เท้าฟาง?"
“ดูท่านจะตอกหน้าข้าแทบหัวชนฝา หรือเป็นท่านเองเล่าที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา?”
ลั่วชิงยวนหยิบหุ่นเชิดและเผชิญหน้ากับใต้เท้าฟาง
ใต้เท้าฟางหน้าซีดลดทันใด “สิ่งนี้มาจากที่ใด ข้าหาได้รู้ไม่”
ลั่วชิงยวนถือหุ่นเชิดไว้พลางพูดต่อ “เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจากหุ่นเชิดตัวนี้ หาใช่บุพนิมิตจากพระวิญญาณบรรพบุรุษของราชวงศ์ไม่! ผู้ที่วางหุ่นเชิดนี้ไว้มีประสงค์ใช้เรื่องนี้ใส่ร้ายท่านอ๋อง!"
“ให้ขุนนางระดับสูงกดดันองค์จักรพรรดิ และบังคับให้องค์จักรพรรดิสั่งโทษประหารท่านอ๋อง!”
“แผนการชั่วร้าย จิตใจเยี่ยงนี้สมควรได้รับโทษ!”
เสียงคมชัดของนางที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ธารกำนัลต่างขวัญสั่น
ลั่วไห่ผิงเริ่มวิตกกังวลและพูดด้วยความโกรธ “เจ้ากำลังพูดอันใดเจ้ารู้ตัวหรือไม่! ลงมาขออภัยโทษเดี๋ยวนี้! องค์จักรพรรดิและองค์ไทเฮาประทับอยู่ที่นี่ เจ้าบังอาจนัก!"
แม้ลั่วชิงยวนจะแต่งงานกับท่านอ๋องแล้ว แต่นางยังคงเป็นบุตรีของจวนอัครเสนาบดีและเป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิต
หลายคนเห็นว่าข้อโต้แย้งนี้สมเหตุสมผลแล้ว
อย่างไรแล้ว ครั้นหมอกทะมึนยังคงปรากฏ ก็ไม่มีผู้ใดเห็นชัดเจนกว่าเกิดอะไรขึ้น
บัดนี้ มหาราชาจารย์เหยียนก้าวออกมาอย่างช้าแล้วเอ่ยว่า "วาจาใต้เท้าฟางเอ่ยนั้นสมเหตุสมผลแล้ว เรามิสามารถเชื่อคำเอ่ยของพระชายาอ๋องเพียงฝ่ายเดียวได้"
ฟู่เฉินหวนที่เงียบมาตลอด บัดนี้เองก็ค่อย ๆ ก้าวมาเบื้องหน้า เสียงของเขาเย็นเยียบเปี่ยมด้วยอำนาจ
“ดูเหมือนความจำของพวกเจ้าคงมิดีนัก หากมิใช่เพราะพระชายาแล้ว อากาศจะกลับมาสดใสเช่นนี้รึ อ้างว่าหุ่นเชิดตัวนี้เป็นของนาง ตัวข้าสงสัยว่า มันเป็นของพวกเจ้าผู้หนึ่งมากกว่ากระมัง”
“หวั่นความจริงถูกเปิดเผย ร้อนรนใจโยนความผิดให้พระชายา อีกทั้งได้ทำลายตำหนักอ๋องในคราเดียวใช่หรือไม่เล่า?”
ท่าทีสงบเยือกเย็นมั่นคงของฟู่เฉินหวนทำให้ผู้คนรู้สึกประหวั่น
แม้จะมีความปั่นป่วนครั้งใหญ่ แต่เขาหาได้สะทกสะท้านไม่ สมควรแล้วที่เขาเป็นท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ!
ใบหน้าของใต้เท้าฟางและคนอื่น ๆ พลันซีดลง แม้แต่มหาราชาจารย์เหยียนก็ดูเปี่ยมด้วยโทสะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...