เมื่อฟู่เฉินหวนที่อยู่นอกประตูได้ยินวาจาเหล่านี้ก็อดมิได้ที่จะขมวดคิ้ว
จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาในห้อง
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้างจึงรีบลุกขึ้น “ท่านอ๋อง”
ฟู่เฉินหวนเหลือบมองผู้ที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาเฉยชาพลางกล่าวกับลั่วเยวี่ยอิงว่า “แม่นางฝูเสวี่ยได้รับบาดเจ็บ ให้นางพักผ่อนเถอะ”
“เพคะ คราวนี้แม่นางฝูเสวี่ยได้รับบาดเจ็บสาหัส หม่อมฉันจักลงครัวไปตุ๋นน้ำแกงไก่มาให้นาง”
ลั่วเยวี่ยอิงกล่าวด้วยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ เมื่อมองจากภายนอกจึงทำให้แลดูใจดีมีเมตตายิ่งนัก
ทว่ากลับมิอาจซุกซ่อนแววตาคับข้องใจได้
ชวนให้คนยิ่งรู้สึกเศร้าใจแทนนางมากขึ้น
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงออกจากห้องไป ฟู่เฉินหวนเฝ้ามองนางเดินจากไปแล้วกำหมัดแน่นโดยมิรู้ตัว
ภาพเหตุการณ์ฉากนี้ปรากฏแก่สายตาของลั่วชิงยวนเข้าพอดี
นางจึงยิ้มเยาะขึ้นมา “เลิกมองได้แล้วน่า ท่านมิเห็นหรือไรว่าคุณหนูรองของท่านต้องเจ็บปวดมากเพียงใด”
“นางคงน้ำตาตกในอยู่เป็นแน่ ทว่านางก็ยังต้องแสร้งทำเป็นใจกว้างและเข้าอกเข้าใจถึงขั้นยอมตุ๋นน้ำแกงไก่ให้ศัตรูหัวใจอีกต่างหาก”
“ท่านอ๋อง ไยท่านมิรีบหย่ากับหม่อมฉันแล้วคืนตำแหน่งพระชายาให้แก่นางเพื่อชดเชยให้นางเสียเล่าเพคะ”
น้ำเสียงของนางสงบนิ่งไร้อารมณ์ความรู้สึกใดเป็นพิเศษ
ทว่าท่าทียิ้มเยาะไม่แยแสเช่นนั้น กลับทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออกโดยไร้สาเหตุ
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาเล็กน้อยแล้วมองมาที่นาง “เจ้าตำหนิข้ารึ?”
ลั่วชิงยวนพลันหัวเราะขึ้นมา “คนชั่วอย่างหม่อมฉันจะกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?”
“หม่อมฉันสมควรต้องทนทุกข์เช่นนี้แล้ว”
“ยามนี้หม่อมฉันมิกล้าคาดหวังถึงอิสรภาพเสียด้วยซ้ำไป"
วาจาประชดเหน็บแนมของนางเต็มไปด้วยหนามคม
ฟู่เฉินหวนหัวใจบีบรัด
นางกำลังตำหนิที่เขาส่งนางไปร่ายรำที่จวนตระกูลหลิวจนต้องได้รับความอัปยศอดสูมากมายถึงเพียงนั้น
เขามีความคิดที่ยากจะเข้าใจและมีหลายสิ่งที่อยากจะเอ่ย ทว่าเมื่อวาจามาถึงปากกลับพูดไม่ออกสักคำ
“เมื่อบาดแผลหายดีแล้ว เจ้าสามารถจากไปได้ทุกเมื่อ ข้าจักมิให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า มิว่าเจ้าคิดทำอันใดข้าจักมิเข้าไปก้าวก่ายอีก”
ทว่านางบังเอิญเห็นคนท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ กำลังปีนออกมาจากกำแพงของประตูหลัง
นางรีบหลบใต้กำแพงอย่างรวดเร็ว
เมื่อนางโผล่ศีรษะออกมาอีกครั้ง นางก็เห็นคนผู้หนึ่งแอบวิ่งออกมา
แววตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชาแล้วรีบตามไปเงียบ ๆ
นางสะกดรอยตามอีกฝ่ายไปตลอดทาง
เมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นเข้าไปทางประตูหลังของหอเจาเซียง
ลั่วชิงยวนก็ขมวดคิ้ว เขามาจากหอเจาเซียงกระนั้นหรือ?
ยามกลางวันกิจการในหอเจาเซียงเองก็คึกคักเช่นกัน และแทบจะหามีผู้ใดอยู่ท้ายเรือนสักคน ดังนั้นนางจึงตามค่อย ๆ เข้าไปในหอเจาเซียง
นางค่อย ๆ ติดตามคนผู้นั้นเข้าไปในหอแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง
กระทั่งมาถึงประตู
นางก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากทางด้านใน ชวนให้นางรู้สึกจิตใจสั่นสะท้านขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...