“ทั้งตระกูลถูกจับกุมตัวไปหมดแล้ว คุณชายฟ่านเองก็ชี้บอกว่าเป็นคนของตระกูลหลิว ของมีค่าในจวนก็เลยถูกยึดไปด้วย”
“จดหมายกับของแทนใจระหว่างคุณชายฟ่านกับฮูหยินหลิวเองก็ถูกเอาไปเช่นกัน ตอนนี้ตระกูลหลิวว่างเปล่าหามีสิ่งใดเหลือไม่!”
เมื่อท่านอาฉินได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็ตบโต๊ะด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด “ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการผู้นี้ช่างไร้ปรานีจริง ๆ! แม้แต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนั้นก็ยังเอาไปอีก!”
น้ำเสียงของท่านอาฉินกลับฟังดูหนักหน่วง “ในที่สุดข้าก็จัดแจงให้คุณชายฟ่านเข้าหาฮูหยินหลิว เพื่อที่ข้าจักได้ตักตวงผลประโยชน์จากฮูหยินหลิวและเอาชนะใต้เท้าหลิวได้แล้วแท้ ๆ”
“แต่ข้ากลับมิคาดคิดเลยว่าจะถูกฟู่เฉินหวนทำลายแผนเอาเสียได้!”
“ทุกอย่างที่ก่อนหน้านี้สู้อุตส่าห์วางแผนและคิดคำนวณมาล้วนสูญเปล่า!”
ท่านอาฉินโกรธจัด
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็ตกตะลึง
มิน่าแปลกใจเลยที่ซิ่งอวี่เคยเล่าให้นางฟังว่า ฮูหยินหลิวเป็นคนเข้มงวดมาก และใต้เท้าหลิวก็มักจะสั่งให้หอนางโลมส่งตัวแม่นางทั้งหลายมาที่จวนอยู่เสมอ
วันนั้นหลังจากถูกฟาดจนหมดสติแล้ว นางจึงได้เห็นฮูหยินหลิวคุกเข่าขอร้องใต้เท้าหลิวให้ปล่อยเขาไปด้วยท่าทีคลุมเครือ เขาที่ว่าคงจะหมายถึงคุณชายฟ่านเป็นแน่
ฮูหยินหลิวคบชู้กับคุณชายฟ่าน ดังนั้นย่อมต้องมีบางอย่างตกอยู่ในเงื้อมมือของใต้เท้าหลิว ทำให้วันนั้นฮูหยินหลิวเล่นแง่กับนาง
คาดไม่ถึงเลยว่าที่แท้จะเป็นท่านอาฉินที่จัดการเรื่องนี้
ท่านอาฉินผู้นี้ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
ยามนี้นางหาตัวใต้เท้าหลิวมิพบ เช่นนั้นก็ได้แต่ชำระแค้นกับท่านอาฉินแล้ว!
“เจ้าเป็นผู้ใดกัน?” จู่ ๆ สตรีหลายนางที่ผ่านมาตรงทางเดินบังเอิญเห็นนางทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่นอกประตูก็ร้องตะโกนขึ้นมาทันที
ดึงดูดความสนใจของท่านอาฉินที่อยู่ในห้องเข้าพอดี
สีหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนแล้วรีบลุกขึ้นทันที “ผู้ใดกัน!”
ท่านอาฉินรีบเดินเข้ามาเปิดประตู
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตกใจ ทว่ากลับมิได้วิ่งหนีไปทันที เมื่อท่านอาฉินเปิดประตูมาเห็นนางก็ให้รู้สึกตกตะลึง
“เจ้ากล้าดีอย่างไรมาแอบฟังถึงหอเจาเซียง!” ท่านอาฉินโกรธจัด
ลั่วชิงยวนยิ้มเยาะเย็นชา “เจ้ากลัวหรือไร?”
“ฝูเสวี่ย เจ้ามันบ้าไปแล้ว!” หลีเถาสบถด่าด้วยท่าทีเดือดดาล
ลั่วชิงยวนกระโดดขึ้นไปบนแท่นเวทีทรงกลมแล้วเหาะเหินไปที่ราวลูกกรงตรงชั้นสอง
“วันนี้หอเจาเซียงช่างคึกคักเสียจริง ไยมิให้ข้าเล่าเรื่องน่าสนใจให้พวกท่านฟังสักหน่อยเล่า”
จากนั้นทั่วทั้งหอกลับเงียบสงัด จากนั้นน้ำเสียงใสกระจ่างของลั่วชิงยวนก็ค่อย ๆ ดังขึ้น…
“การที่หอเจาเซียงรุ่งเรืองเฟื่องฟูเรื่อยมา ข้ามิเคยเข้าใจสาเหตุมาก่อน ทว่าวันนี้ในที่สุดข้าก็เข้าใจ!”
“พวกเขาใช่เพียงชุบเลี้ยงสตรี แต่ยังชุบเลี้ยงบุรุษหนุ่มด้วย บุรุษหนุ่มพวกนี้มีไว้ทำอันใดน่ะหรือ? พวกเขาจักส่งตัวบุรุษหนุ่มไปล่อลวงฮูหยินของตระกูลต่าง ๆ อย่างไรเล่า”
“เมื่อฮูหยินพวกนี้คบชู้กับบุรุษหนุ่มแล้ว พวกเขาก็จะใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อต่อรองเพื่อให้สามีของฮูหยินผู้นั้นเข้าออกหอนางโลมได้ตามใจ”
“พวกเขาช่างรู้จักวิธีหาเงินเข้าหอนางโลมจริง ๆ!”
“ทุกท่านที่นี่ควรจะระมัดระวังตัวให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฮูหยินทั้งหลาย”
“หากนางโดนบุรุษหนุ่มล่อลวงไป เกิดเรื่องแพร่สะพัดออกไปล่ะก็ คงได้อับอายขายหน้าครั้งใหญ่เป็นแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...