คราวนี้แม่นมเติ้งนำอาหารไปส่ง และหมายจะพูดคุยกับพวกนางอีกสักครั้ง แต่ผู้ใดจะรู้ว่า เมื่อมาถึงห้องจะเห็นคนกำลังแขวนคอด้วยผ้าไหมสีขาว
โชคดีที่ช่วยเอาไว้ได้ทันเวลา จากนั้นอีกสองคนก็ฟื้นขึ้นมา ส่วนปี้อวิ๋นกลอกตาซึ่งแลดูน่ากลัวยิ่งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดูเหมือนจะมีอาการชักด้วย
แม่นมเติ้งรีบกลับไปที่เรือน "พระชายา พระชายาเจ้าคะ! เกิดเรื่องแล้ว!"
ลั่วชิงยวนหยัดร่างกายท่อนบนขึ้นมา "มีเรื่องอันใดรึ?"
"เมื่อคืนนางรับใช้สามคนนั้นปลิดชีพตนเองเจ้าค่ะ! ปี้อวิ๋นเอาแต่กลอกตาและชักกระตุก บ่าวสงสัยว่า จะโดนวิญญาณร้ายเข้าสิงหรือไม่? ่ทานไปดูเองไหมเจ้าคะ?" แม่นมเติ้งรู้ว่าพระชายามีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มาก
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้ว "เมื่อคืนเจ้าบอกว่า เกลี้ยกล่อมได้แล้วมิใช่รึ?"
"เจ้าค่ะ บ่าวเกลี้ยกล่อมได้แล้วเห็น ๆ แต่พวกนางกลับปลิดชีพตนเองอีกครั้ง!" แม่นมเติ้งสีหน้าขรึมเคร่ง
"พาข้าไปดูที"
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง โดยมีจือเฉากับแม่นมเติ้งคอยโอบซ้ายประคองขวาแล้วเดินไปยังเรือนหลังเล็ก ๆ ที่นางรับใช้ทั้งสามคนอาศัยอยู่
ปี้อวิ๋นอยู่คนเดียวในห้อง ตอนที่นางเดินเข้าไปในห้องก็เห็นปี้อวิ๋นกลอกตาและชักกระตุก มิหนำซ้ำยังมีฟองสีขาวในปริมาณน้อยนิดไหลฟูมปากของนางอีกด้วย นางจึงรีบคว้าข้อมือของปี้อวิ๋นมาจับชีพจรพลางขมวดคิ้ว "แม่นมเติ้ง เอาเชือกมาที"
แม่นมเติ้งจึงรีบไปหยิบเชือกมาให้ ส่วนลั่วชิงยวนก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้วยัดเข้าไปในปากของปี้อวิ๋น จนพบว่านางกัดลิ้นเอาไว้แต่ไม่แรงนัก
จากนั้นค่อยนำเชือกมัดปี้อวิ๋นเอาไว้กับเตียงให้แน่น
"พระชายาเจ้าคะ ปี้อวิ๋นถูกวิญญาณร้ายสิงสู่จริง ๆ หรือ?" แม่นมเติ้งเอ่ยถาม
ลั่วชิงยวนส่ายหน้าพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก็พบถ้วยโอสถวางอยู่บนโต๊ะจึงดมกลิ่นแล้วใช้นิ้วมือจุ่มลงไปเล็กน้อยค่อยเอาเข้าปาก
โอสถถ้วยนี้มีบางอย่างผิดปกติ มันทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง!
นางขมวดคิ้วพร้อมแววตาเยียบเย็น ก็แค่นางรับใช้สามคนเท่านั้น ผู้ใดกันถึงขนาดไม่ยอมละเว้นนางรับใช้ทั้งสามคน? มิหนำซ้ำยังใช้สิ่งที่ก่อให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งเช่นนี้เพื่อบีบคั้นให้พวกนางปลิดชีพตนเองอีกต่างหาก!
ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย
ลั่วชิงยวนสั่งจือเฉาว่า "คอยจับตาดูนางเอาไว้ให้ดี ๆ"
นางรีบเดินมาที่ห้องของไป๋ถัง ดูเหมือนสถานการณ์ของไป๋ถังจะร้ายแรงกว่ากันมาก เพราะนางถึงกับมีโลหิตออกจากทวารทั้งเจ็ด แต่ไป๋ถังกลับไม่รู้สึกตัวและได้แต่ส่งเสียงแสดงความเจ็บปวดออกมาเพียงเท่านั้น
ลั่วชิงยวนรีบล้วงกระเป๋าแล้วหยิบกล้วยไม้มังกรขนดออกมา จากนั้นก็ยัดใส่ปากของไป๋ถังแล้วรีบกดจุดที่ไป๋ถังรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ทำให้นางฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ "เคี้ยวแล้วกลืนลงไปซะ!"
ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดทำให้ไป๋ถังยอมเคี้ยวสมุนไพรแล้วกลืนมันลงไปแต่โดยดี ทำให้คนฟื้นคืนสติ ทว่าเมื่อสัมผัสกับโลหิตบนใบหน้าก็หวาดกลัวจนหมดสติไป
ลั่วชิงยวนสั่งให้บ่าวรับใช้หลายคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องเดียวกันแล้วจับตาดูพวกนางไว้เผื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
นางตรวจสอบห้องของพวกนางสามคนไปทีละห้อง ๆ และพบถ้วยโอสถที่เหลือโอสถอยู่เพียงน้อยนิด ทว่านางก็ยังสามารถจำแนกส่วนผสมออกมาได้
หญ้าวิญญาณวารีเป็นหญ้าน้ำชนิดหนึ่งที่ยามแห้งจะบางราวกับเส้นผม แต่เมื่อสัมผัสกับโลหิตจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว
สิ่งนี้จะพบได้เฉพาะในที่ชื้นแฉะท่ามกลางหุบเขาลึกของหนานหวาย ทั้งสัตว์ร้าย ภูตผีปีศาจ อสรพิษและเทพเซียนต่างหวาดกลัวสิ่งนี้ โดยเฉพาะยามที่กำลังเดินลุยน้ำ เมื่อมีบาดแผลและโลหิตที่ขาก็จะถูกหญ้าสาแหรกเช่นนี้ลากลงสู่น้ำลึกทันที ฉะนั้นมันจึงมีชื่อเรียกว่าหญ้าวิญญาณวารีนั่นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...