ลั่วชิงยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “เช่นนั้นก็จงบอกข้ามาว่าเจ้ารู้สิ่งใดบ้าง"
ฉินเฟิงรีบตอบว่า “ข้ารู้เรื่องข้อตกลงระหว่างเจ้ากับตระกูลหลิวอยู่เรื่องสองเรื่อง ตระกูลหลิวเองก็เคยทำงานให้ฝูจ้าวมาก่อน!”
“ฝูจ้าว เคยพบใต้เท้าหลิวตามลำพังในหอร่ำเมรัยมากกว่าหนึ่งครั้ง”
“เงินบรรเทาทุกข์ที่ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการยึดได้จากจวนตระกูลหลิวอาจมีส่วนเกี่ยวพันกับฝูจ้าว!”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตกตะลึง
เรื่องเงินบรรเทาทุกข์เกี่ยวข้องกับฝูจ้าวจริง ๆ เสียด้วย
มิน่า เมื่อคืนนี้นางถึงได้ยินเซียวชูรายงานให้ฟู่เฉินหวนฟังว่าหัวหน้าโจรที่ขโมยเงินบรรเทาทุกข์ไปมีรอยสักรูปนกอินทรีบนหลังมือขวา อันบ่งบอกถึงความเกี่ยวข้องกับสำนักเทียนอิง
จากนั้นนางก็บังเอิญเห็นคนผู้นี้อยู่ในห้องตำราของฝูจ้าว
ท่านอาฉิน ใต้เท้าหลิวและฝูจ้าว ที่แท้พวกเขาล้วนเป็นพวกเดียวกัน นับตั้งแต่แรกที่ใต้เท้าหลิวหลงรักนาง ก็เป็นแค่กับดักที่ซ้อนอยู่ในกับดักหลายต่อหลายชั้น!
“เจ้ารู้อีกมากแค่ไหน?” ลั่วชิงยวนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเคร่งเครียด
“เจ้าเคยเห็นบุรุษที่มีรอยสักรูปนกอินทรีบนหลังมือหรือไม่?”
ฉินเฟิงรู้สึกตื่นตกใจแล้วมองนางด้วยท่าทีตกตะลึง “เจ้าเคยเห็นด้วยหรือ?”
“เขาถึงขั้นยอมให้เจ้าเห็นเช่นนี้เชียวหรือ?”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตกตะลึง ฉินเฟิงเองก็รู้เช่นกัน
“เจ้าเคยเห็นเขาหรือไม่?”
ฉินเฟิงผงกศีรษะ “ฝูจ้าวชอบหารือเรื่องความลับสุดยอดที่หอร่ำเมรัย เขาพาคนมาที่หอร่ำเมรัย ส่วนผู้ใดมิสะดวกก็ให้ไปพบในจวนของเขา”
“ข้าเคยพบบางคนอยู่ไม่กี่ครั้ง”
“บุรุษที่มีรอยสักรูปนกอินทรีบนหลังมือช่างลึกลับยิ่งนัก เขามักสวมใส่หมวกไม้ไผ่จนมิอาจเห็นใบหน้าได้ชัด ทว่ารอยสักรูปนกอินทรีบนหลังมือของเขากลับชัดเจนยิ่ง หากตัดสินจากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฝูจ้าวแล้ว คนผู้นี้คงเป็นคนสนิทของฝูจ้าว”
คนสนิท!
แววตาของลั่วชิงยวนแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น บัดนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน!
ฉินเฟิงทราบเรื่องนี้ค่อนข้างมากทีเดียว ฉะนั้นเก็บคนผู้นี้เอาไว้ก็น่ามีประโยชน์!
อย่างน้อยจนกว่าฝูจ้าวจะตาย เขาก็มีบทบาทสำคัญทีเดียว!
“เจ้ามิเข้าไปหรือ?”
ฉินเฟิงส่ายหน้าแล้วมองดูเงาร่างที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้องขัง มีรอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปากแล้วเขาก็ล้วงถุงเงินออกมาจากแขนเสื้อ
เขาพึมพำว่า “ตอนนั้นหากมิใช่เพราะนางช่วยข้าจากไม้เท้าของศัตรูแล้วมอบเงินสิบตำลึงเงินล่ะก็ ข้าคงมิได้เป็นฉินเฟิงอย่างทุกวันนี้หรอก”
“ชีวิตข้าเป็นของนาง! การได้ตายเพื่อนางนับว่าเป็นการเติมเต็มวาสนาของข้าแล้ว”
ครั้นเขาบอกว่าอยากจะพบนางเป็นครั้งสุดท้าย ที่จริงแล้วก็แค่เหลือบมองเท่านั้น ฉินเฟิงหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องขัง
ลั่วชิงยวนมองแผ่นหลังที่กำลังจากไปของเขาด้วยท่าทีสับสน ย่างก้าวของเขาช่างแสนหนักหน่วง ทว่ากลับมั่นคงถึงเพียงนั้น
การที่จะรักผู้ใดสักคนอย่างลึกซึ้งได้ถึงขั้นนี้ช่างเป็นเรื่องยิ่งใหญ่จริง ๆ
ขณะที่นางกำลังใคร่ครวญอยู่นั้น
จู่ ๆ เสียงของลิ่นฝูเสวี่ยก็ดังขึ้น…
“ถุงหอมใบนี้... เหมือนจะเป็นของข้านะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...