ในยามนี้เอง คนของทางการจากด้านในก็หามศพทั้งสองร่างที่คลุมด้วยผ้าขาวออกมา ยามที่ลมพัดตลบ ไม่ว่าผู้ใดก็เห็นศพไหม้เกรียมที่อยู่ข้างในได้ราง ๆ
พวกเขาน่าจะเป็นบุรุษชุดดำทั้งสองคนในห้องที่ฟาดลั่วชิงยวนจนหมดสติไป
“โอ้สวรรค์ เรือนของข้ากลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน? สวนเซียงอู๋ของข้า!”
น้ำเสียงลนลานและตื่นตระหนกพลันดังขึ้น
เมื่อบุรุษแต่งกายภูมิฐานเห็นสภาพน่าอนาถของสวนเซียงอู๋ เขาก็สะดุดล้มลงกับพื้นด้วยท่าทีสิ้นหวังพลางน้ำตาไหลอาบหน้า
ผู้คนรอบตัวพยายามปลอบใจเขา “โอ้ เถ้าแก่หลิวช่างโชคร้ายเสียจริง”
“เถ้าแก่หลิว เจ้าซ่อมแซมอีกสักหนก็น่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วล่ะ”
ลั่วชิงยวนทราบจากบทสนทนาของผู้คนรอบตัวว่า บุรุษผู้นี้คือหลิวซิงเหอผู้เป็นเจ้าของสวนเซียงอู๋นั่นเอง
สวนเซียงอู๋แห่งนี้ได้รับการออกแบบจากผู้มากพรสวรรค์ทั้งสิบแปดคนโดยเฉพาะ ทั้งยังใช้เวลาถึงสามปีกว่าจะแล้วเสร็จ ทัศนียภาพทั้งหมดทั้งน้อยใหญ่ล้วนใส่ใจทุกรายละเอียด
สวนเซียงอู๋แห่งนี้เปิดให้ขุนนางชั้นสูงเช่าเท่านั้น เนื่องจากพวกเขาเกรงว่าคนทั่วไปจะไม่รู้จักวิธีทะนุถนอมมันเอาไว้
ทว่าคราวนี้สวนเซียงอู๋ก็ยังถูกทำลายลง หลิวซิงเหอนั่งลงกับพื้นด้วยท่าสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ลั่วชิงยวนอยากจะเข้าไปถามเขาว่าคราวนี้เป็นลั่วเยวี่ยอิงหรือคนอื่นที่เช่าสวนเซียงอู๋
อีกทั้งนางก็อยากจะรู้ว่าไฉนท้ายเรือนจึงลุกไหม้ได้ง่ายถึงเพียงนั้น
แต่กลับมีหลายคนมารุมล้อมหลิวซิงเหอเพื่อปลอบโยนเขา ลั่วชิงยวนจึงหาโอกาสมิได้สักที
นางได้แต่รอคอยให้หลิวซิงเหอเป็นฝ่ายออกจากสวนเซียงอู๋ไปเอง จากนั้นค่อยตามเขาออกไป
ทว่าสิ่งที่มิได้คาดคิดก็คือ ทันทีที่หลิวซิงเหอที่เมื่อสักครู่ยังคงร้องไห้หันหลังกลับ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
สีหน้าหาได้มีความโศกเศร้าแช่นนั้นแต่อย่างใดไม่
ลั่วชิงยวนรีบเดินเข้ามาหาทันที “เถ้าแก่หลิว”
หลิวซิงเหอตื่นตกใจไปชั่วขณะแล้วหันกลับมา “เจ้าตามหาข้าหรือ?”
ลั่วชิงยวนถามว่า “เถ้าแก่หลิวรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อหลิวซิงเหอได้ยินเช่นนี้ เขาก็โบกมือพลางถอนหายใจ “ข้ามิอยากได้ยินเรื่องนี้อีก อย่าเอ่ยถึงสวนเซียงอู๋กับข้าเลย”
หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นรถม้าเตรียมที่จะจากไป
“เถ้าแก่หลิวมิอยากรู้ว่าผู้ใดที่ทำให้สวนเซียงอู๋ถูกเผาจนกลายเป็นเช่นนี้หรอกหรือ?” ลั่วชิงยวนหรี่ตามองหลิวซิงเหอ
ลั่วชิงยวนพยักหน้าแล้วตอบว่า “ประเดี๋ยวข้าจักไปร้องเรียนกับทางการเจ้าค่ะ”
ฟู่เฉินหวนคิดจะปกป้องลั่วเยวี่ยอิง
แต่นางจะมิยอมเจ็บตัวเปล่าแน่!
“ใต้เท้าเหอ ท่านให้ข้าเข้าไปเก็บหลักฐานได้หรือไม่?”
ใต้เท้าเหอเหลือบมองที่ประตูหลังแล้วพยักหน้า จากนั้นก็สั่งให้คนกระจายกำลังอยู่นอกประตูหลัง
จากนั้นก็ปล่อยให้ลั่วชิงยวนเข้าไปในสวนเซียงอู๋
ถึงแม้ว่าจะเผาเรือนวอดวายไปหลายหลัง แต่สวนกลับปลอดภัยดี ลั่วชิงยวนพบขนมร้อยบุปผาจานหนึ่งอยู่ในศาลาและพบมีดสั้นเปราะเปื้อนโลหิตอยู่ตรงหญ้าหย่อมหนึ่งที่ถูกเหยียบย่ำทำลาย
ขณะที่นางเก็บหลักฐานเตรียมที่จะไปร้องเรียนกับทางการ
คนของทางการหลายคนก็เดินเข้ามาจับตัวนางเอาไว้
นางจึงมองใต้เท้าเหอด้วยสายตาสับสน “ใต้เท้าเหอ นี่หมายความว่าอันใดกัน?”
ใต้เท้าเหอขมวดคิ้วพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักหน่วงขึ้นมาว่า “มีคนชิงลงมือฟ้องร้องตัดหน้าเจ้าแล้วน่ะสิ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...