เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็ตกตะลึง
“ลั่วเยวี่ยอิงกระนั้นหรือ?”
นางนึกออกแต่เพียงลั่วเยวี่ยอิง เพราะเป็นเรื่องปกติที่อีกฝ่ายจะกล่าวโทษนาง
ใต้เท้าเหอกล่าวว่า “เจ้าไปถึงที่นั่นก็รู้เอง”
เนื่องเป็นเรื่องที่มิใคร่ชาญฉลาดนักที่จะให้คนนอกล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างลั่วชิงยวนกับใต้เท้าเหอ ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงถูกส่งกลับไปที่ศาลาว่าการ
ครั้นพวกเขามาถึงศาลาว่าการ ก็มีคนกลุ่มใหญ่มาออกันอยู่ริมถนนแล้ว ก่อให้เกิดความวุ่นวายค่อนข้างมากทีเดียว
ลั่วเยวี่ยอิงอยู่ในโถงพิจารณาคดีจริง ๆ นางกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าซีดเซียวราวกับว่าอาจจะสิ้นลมได้ทุกเมื่อ นางอ่อนแอเสียจนมิกล้าพูดเสียงดัง
ทว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงก็คือ นอกจากลั่วเยวี่ยอิงแล้วยังมีผู้อื่นอยู่ด้วย
นั่นคือลั่วอวิ๋นสี่
ลั่วอวิ๋นสี่ฟื้นแล้วจริง ๆ
แต่ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายมืดมนตรงหว่างคิ้วอันคมกริบราวกับมีดที่กำลังลอยอยู่ด้วย
ใต้เท้าเหอนั่งลงแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าเกรงขาม “ผู้ใดมาร้องเรียนกับทางการ?”
สายตาของลั่วชิงยวนเอาแต่จับจ้องมาที่ลั่วเยวี่ยอิง จากนั้นนางก็เห็นลั่วเยวี่ยอิงลุกขึ้นด้วยท่าทียากลำบาก
ทว่ากลับมีเสียงแหลมดังขึ้นมาจากอีกด้านหนึ่ง
“เป็นข้าเองเจ้าค่ะ! วันนี้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในสวนเซียงอู๋จนข้าเกือบต้องสังเวยชีวิตในสวนเซียงอู๋แล้ว ข้าอยากฟ้องร้องฝูเสวี่ยในข้อหาสังหารคนเจ้าค่ะ!”
ทันทีที่เอ่ยวาจาเหล่านั้นออกมา ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตกตะลึง
นางหันหน้าไปมองผู้พูดด้วยสายตาเหลือเชื่อ…
ลั่วอวิ๋นสี่!
เมื่อใต้เท้าเหอได้ยินเช่นนี้ก็ให้รู้สึกประหลาดใจ “เจ้ามีหลักฐานหรือไม่?”
ลั่วอวิ๋นสี่จ้องมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาเกลียดชังพลางกล่าวด้วน้ำเสียงโกรธแค้นว่า “วันนี้ข้ารู้ว่าฝูเสวี่ยวางแผนที่จะทำร้ายลั่วเยวี่ยอิงในสวนเซียงอู๋ ฝูเสวี่ยรู้เข้าก็เลยตีข้าจนสลบไปเจ้าค่ะ!”
“ถึงแม้ข้ามิทราบว่าเป็นผู้ใดที่วางเพลิง แต่ข้าคิดว่าต้องเป็นฝูเสวี่ย! นางคิดสังหารข้ากับลั่วเยวี่ยอิงไปพร้อม ๆ กันเจ้าค่ะ!”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตะลึง
ลั่วอวิ๋นสี่บ้าไปแล้วหรือ? ผู้ที่ทำร้ายนางคือลั่วเยวี่ยอิงต่างหากเล่า ไยนางจึงช่วยลั่วเยวี่ยอิงปิดบังแล้วใส่ร้ายนาง?
เรื่องนี้ทำให้ใต้เท้าเหอรู้สึกสับสนยิ่งนัก ไฉนจึงต่างจากสิ่งที่เขาทราบไปโดยสิ้นเชิงเล่า
ลั่วเยวี่ยอิงสีหน้าซีดเซียวพลางเอ่ยด้วยท่าทีอ่อนแรงว่า “ตอนที่ข้าเห็นเพลิงไหม้ก็รีบวิ่งเข้าไป มีบุรุษชุดดำกำลังจะวิ่งหนีไป ข้ารู้สึกหวาดกลัวนัก เขาก็เลยใช้มีดสั้นแทงใส่ข้าและหนีไปเจ้าค่ะ”
“ข้ามิได้เห็นฝูเสวี่ยตีลั่วอวิ๋นสี่จนสลบด้วยตาตนเอง แต่ข้ารู้ว่าฝูเสวี่ยอยู่ตรงท้ายเรือนจริง ๆ!”
วาจาของลั่วเยวี่ยอิงก็นับได้ว่าเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง
ลั่วอวิ๋นสี่รีบชี้นิ้วใส่ลั่วชิงยวนอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น “เจ้ายังมิยอมรับอีกรึ?”
“เจ้าคิดว่าตัวเองที่เป็นแม่นางจากหอนางโลมจะสามารถแต่งเข้าตำหนักอ๋องได้รึ? ช่างเพ้อฝันนัก! เจ้าคิดวางยาพิษเยวี่ยอิงเพื่อทำลายความบริสุทธิ์ของเยวี่ยอิงเพราะเรื่องนี้ เจ้ามันช่างเป็นสตรีชั่วช้า!”
ลั่วอวิ๋นสี่ถึงกับสบถด่าอย่างเดือดดาล
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วและรู้สึกขัดแย้งอยู่บ้าง
ดูเหมือนลั่วอวิ๋นสี่จะมิได้เสแสร้ง เกิดเรื่องอันใดขึ้นจึงทำให้นางตื่นตระหนกถึงเพียงนั้นได้?
เพราะสวีซงหย่วนผู้นั้นหรือ?
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสวีซงหย่วนกับลั่วเยวี่ยอิงน่าจะเป็นพวกเดียวกัน
ในยามนี้เอง ฟู่เฉินหวนกับฟู่จิ่งหลีก็บังเอิญเข้ามาในจวนแล้วได้ยินวาจาเหล่านั้นดังออกมานอกโถงพิจารณาคดี
ลั่วชิงยวนจ้องมองลั่วเยวี่ยอิงด้วยสายตาคมกริบ “นี่เป็นเรื่องจริงกระนั้นหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...