ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยวาจา เซียวซูก็พรวดพราดเข้ามาทันที
“ท่านอ๋อง บาดแผลของพระองค์...”
ฟู่เฉินหวนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คนอยู่ที่ใดเล่า? เจ้าจับตัวได้หรือไม่?”
เซียวซูก้มหน้า “มิได้พ่ะย่ะค่ะ”
“คนผู้นี้วิ่งเข้าไปในตลาดอันยุ่งวุ่นวาย มีผู้คนมากมายเหลือเกินจึงมิอาจจับตัวได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ฟู่เฉินหวนสายตาเย็นชาเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำขึ้นมาว่า “มันคงเป็นมือสังหารของสำนักเทียนอิงที่พวกเรากำลังตามหาอยู่”
เขาเห็นรอยสักบนหลังมือของมือสังหาร
เซียวซูรู้สึกตื่นตกใจ “เช่นนั้นกระหม่อมจะส่งกำลังคนออกตามหามันอีก! หากคราวนี้มันหลบหนีไปได้ คราวหน้าก็คงมิเจอตัวแล้ว!”
ลั่วชิงยวนครุ่นคิด คราวหน้าพวกเขาคงได้แต่ไปตามหามือสังหารของสำนักเทียนอิงที่จวนตระกูลฝูแล้ว
วันนั้นนางพบมือสังหารของสำนักเทียนอิงที่จวนตระกูลฝู นางควรจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟู่เฉินหวนฟังหรือไม่?
“ที่จริงแล้ว...”
ก่อนที่นางจะทันได้พูดให้จบประโยค ลั่วอวิ๋นสี่ก็พลันเดินเข้ามา
“ฝูเสวี่ย ข้ามีเรื่องขอถามเจ้า”
ลั่วอวิ๋นสี่ยังคงดวงตาบวมแดง แต่ยามนี้แววตาของนางกลับเฉียบคมเป็นพิเศษ แม้น้ำเสียงจะแหบแห่งยิ่งกว่าเดิมก็ตามที
ฟู่เฉินหวนจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นฟู่เฉินหวนเดินผ่านหน้าเรือนกระทั่งออกนอกประตูไปแล้ว
ตอนนี้คนของทางการก็มาถึงแล้ว เมื่อทราบว่ามีมือสังหารปรากฏตัวขึ้นในจวนมหาราชครู พวกเขาก็เข้ามาดำเนินการตรวจค้นในจวน
ลั่วชิงยวนปิดประตูลง
เมื่อหันไปมองลั่วอวิ๋นสี่
“เจ้า...” ลั่วอวิ๋นสี่จ้องมองนางด้วยสายตาเฉียบคม
ลั่วชิงยวนเอ่ยขัดนางขึ้นมาว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถามสิ่งใด”
ลั่วชิงยวนปลดหน้ากากออกทันที
“ต้องโทษข้าที่หลงเชื่อลั่วเยวี่ยอิง ต้องโทษข้าที่ปฏิบัติกับเจ้าดังเช่นศัตรูและมิเคยฟังคำของเจ้าเลย”
“และท่านแม่ของข้า... นางเคยบอกข้าหลายครั้งแล้วว่า อุปนิสัยเยี่ยงนักเลงหัวไม้ของสวีซงหย่วนย่อมหาใช่คนสัตย์ซื่อแต่อย่างใดไม่ ทว่าข้าก็เอาแต่ทุ่มเถียงกับนาง ทั้ง ๆ ที่นางมิอยากให้ข้าอยู่กับสวีซงหย่วน แต่ข้ากลับยืนกรานอยู่กับสวีซงหย่วนให้ได้”
“เป็นความผิดของข้าเอง...”
ลั่วอวิ๋นสี่ทรุดตัวลงแล้วร่ำไห้ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
นางรู้ผิดแล้ว แต่มันก็สายเกินไป
ลั่วชิงยวนดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย จากนั้นนางก็ก้มตัวลงไปแล้วช่วยประคองลั่วอวิ๋นสี่ให้ลุกขึ้น “หยุดพูดก่อนเถอะ พิษของเจ้ายังกำเริบอยู่เลย ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้าคงได้กลายเป็นใบ้แน่”
ลั่วชิงยวนรีบหยิบเข็มเงินขึ้นมาแทงใส่ลั่วอวิ๋นสี่ แล้วมอบยาต้านพิษให้แก่อีกฝ่าย
“คนในจวนไปไหนกันหมด?” ลั่วชิงยวนเขียนใบสั่งยา แต่นางต้องหาผู้ใดสักคนมาช่วยต้มยา
ทันทีที่ลั่วชิงยวนเปิดประตูแล้วเดินออกไป
ภาพตรงหน้าก็ชวนให้นางสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...