“พี่สามขอให้ข้ามา เขาบอกว่าไทเฮาต้องการจะฆ่าท่าน หลิวไท่เฟยเรียกท่านเข้าไปในพระราชวัง เขาไม่รู้ว่าจะมีอันตรายใดเกิดขึ้นบ้าง เขาอยากไปหาหลิวไท่เฟย แต่เขาก็กลัวว่าจะทำให้หลิวไท่เฟยกลัวจึงขอให้ข้ามาแทน”
ฟู่จิ่งหลีไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย
ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อย ปรากฏว่าเป็นเขานั่นเอง
“ถึงกระนั้นแล้ว หม่อมฉันก็ไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงหลิวไท่เฟยมาก่อน ท่านมีความสัมพันธ์เช่นไรกับพระนางหรือเพคะ?” ลั่วชิงยวนเปลี่ยนเรื่อง
“นางอายุน้อยกว่าแม่ของข้ามาก ว่ากันว่าช่วงที่แม่ของข้ายังมีชีวิตอยู่นางก็ดูแลแม่ของข้า ทั้งสองคนเป็นเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา”
“แม่ของข้าตายลงในช่วงกลียุคในวัง คนส่วนใหญ่ที่ตายมักจะเป็นคู่แม่ลูก แต่แม่ของข้าตายในขณะที่ข้ารอดมาได้ คนในวังมากมายล้วนไม่รู้จักข้า ในวังหลังแห่งนี้ไม่มีนางสนมคนไหนอยากจะเลี้ยงดูข้า"
“ไม่มีใครต้องการข้าเลย”
น้ำเสียงของฟู่จิ่งหลีผ่อนคลายราวกับว่าเขากำลังเล่าเรื่องของคนอื่น มาพูดมาถึงตรงจุดนี้เขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ลั่วชิงยวนก็ผงะเล็กน้อยและรีบทำท่าทางห้ามเสียงดัง ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆเพื่อดูว่ามีใครได้ยินสิ่งที่เขาพูดบ้างหรือไม่
“พูดถึงเรื่องกลียุคในวัง ท่านมิอยากมีชีวิตอยู่ต่อหรือไรเพคะ?” ลั่วชิงยวนลดเสียงลง
ฟู่จิ่งหลียิ้มอย่างไม่แยแสพร้อมกับพูดว่า "สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นภูมิหลังของข้า ข้ามิได้พูดถึงอะไรที่จริงจังเสียหน่อย"
“ในเมื่อท่านกลัว เหตุใดเราไม่ออกจากวังไปหาที่นั่งดื่มกันเล่า?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า
หลังจากออกจากพระราชวัง เดิมทีทั้งสองต้องการไปยังหอฝูเสวี่ย แต่ในระหว่างทางพวกเขาก็เห็นว่าหอร่ำเมลัยเปิดทำการอยู่ เช่นนั้นแล้วพวกเขาจึงเข้าไปข้างในพร้อมกับฟู่จิ่งหลี
ฟู่เฉินหวนซื้อหอร่ำเมลัยไปแล้ว ที่นี่จึงถูกแทนที่ด้วยกลุ่มคนที่น่าเชื่อถือ เช่นนั้นแล้วที่นี่จึงปลอดภัยมากกว่า
หลังจากอาหารและสุราถูกยกมายังโต๊ะแล้ว ลั่วชิงยวนยังคงถามต่อว่า “ท่านบอกว่าไม่มีผู้ใดไม่ต้องการ เช่นนั้นหลิวไท่เฟยที่ช่วยท่านเอาไว้หรือเพคะ?”
ฟู่จิ่งหลีพยักหน้าขณะดื่มพร้อมกับพูดว่า "ใช่แล้ว ไม่มีใครต้องการข้า ข้าจึงถูกเลี้ยงดูมาโดยนางกำนัลและขันทีในวัง อีกทั้งข้ายังต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกลั่นแกล้งมากมายเมื่อตอนที่ข้ายังเด็ก"
“หลิวไท่เฟยคือผู้ที่ช่วยข้าเอาไว้ หากไม่มีนาง บางทีฟู่จิ่งหลีคนนี้คงไม่ได้มีชีวิตอยู่เช่นทุกวันนี้”
หลังจากฟังแล้ว สีหน้าของลั่วชิงยวนก็ดูเคร่งขรึม
ทั้งสองดื่มอวยพรซึ่งกันและกัน
แต่สำหรับฟู่เฉินหวน แม่ของเขาคือต้นเหตุของกลียุคในวัง เมื่อเขายังเด็กเขาจึงต้องเผชิญมากกว่าความเฉยเมยของผู้คน
เพื่อให้สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งอ๋องผู้สำเร็จราชการได้ตลอดมาเขาจึงเสียสละไปมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป
มาก
ภายใต้ประสบการณ์เช่นนี้ เขาจะไม่โหดเหี้ยมได้อย่างไร?
เมื่อนึกถึงการแต่งงานแทนในนามของลั่วชิงยวน จนกระทั่งนางกลายเป็นพระชายาของเขา นอกเหนือจากความโกรธเพราะคนที่เขาชอบถูกแทนที่แล้ว เขาอาจจะตัดสินใจทันทีว่าใครส่งนางมาเป็นสายลับ
“ท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับกลียุคในวังมากเพียงใด?” ลั่วชิงยวนถามอย่างสงสัย
ฟู่จิงหลี่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้ารู้แต่อาจไม่มากเท่ากับคนที่ยืนดู"
“แต่ข้าเคยเห็นพระชายาหลีผู้นั้นแล้ว นางดูไม่เหมือนคนโหดร้ายเลย”
“ข้าไม่รู้จักท่านพี่สามอย่างลึกซึ้งมาก่อน แต่เพราะท่าน ข้าจึงได้พบกับเขา และข้าก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้เป็นดังเช่นข่าวลือ หากเขาขึ้นเป็นจักรพรรดิ เขาจะต้องเป็นกษัตริย์ผู้ปราดเปรื่องอย่างยิ่งทีเดียว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...