“หลิวไท่เฟย ท่านยังต้องการบูรณะพระพุทธรูปองค์นี้อีกงั้นหรือเพคะ?”
หลิวไท่เฟยพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า “สิ่งนี้ไม่อาจหายไปจากที่นี่ได้ ไม่เช่นนั้นข้าจะตายเร็วขึ้น”
ลั่วชิงยวนหรี่ตาเล็กน้อย ตายเร็วขึ้นงั้นหรือ?+
หากสิ่งนี้ทำให้หลิวไท่เฟยหวาดกลัวถึงเพียงนี้ นั่นหมายความว่าผู้ที่ให้สิ่งของนี้ย่อมมีสถานะสูงส่งกว่าหลิวไท่เฟยมาก
แม้ว่าหลิวไท่เฟยจะไม่ได้มีสถานะสูงส่งนัก แต่นางก็เป็นหนึ่งชายาขององค์จักรพรรดิ ในแง่ของสถานะแล้วนั้น นางก็เป็นรองเพียงไทเฮาเท่านั้น!
อีกทั้งตุ๊กตาตัวนี้ก็คล้ายกับสิ่งที่นางเคยเจอก่อนหน้านี้มาก
ดูเหมือนว่าวิธีการเดียวกันทั้งหมดนี้จะมาจากไทเฮา
ในขณะนี้ ป้าถ่านสี่ก็มาถึงแล้วพร้อมกับพูดว่า “ไท่เฟย องค์ชายเจ็ดเสด็จมาเพคะ”
เมื่อทั้งคู่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ต่างก็รู้สึกประหลาดใจ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแท้จริง
หลิวไท่เฟยรีบเก็บข้าวของของนางพลางพูดกับลั่วชิงยวนว่า “เจ้าอย่าได้บอกเจ้าเจ็ดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าไม่อยากให้เขากังวล”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าแล้วพูดว่า “เพคะ”
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกมาพบกับองค์ชายเจ็ดซึ่งถือของกำนัลที่นำมาเป็นพิเศษไว้ในมือ
“ช่วงนี้ไท่เฟยเป็นเช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”
หลิวไท่เฟยยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับพูดว่า “โธ่ อย่าได้เป็นกังวลเรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมาเยี่ยมบ่อยนักหรอกเดี๋ยวผู้คนจะนินทาเอาได้”
ฟู่จิ่งหลีพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “กระหม่อมมาที่นี่เพียงเดือนละครั้ง มิได้บ่อยเลย กระหม่อมยังรู้สึกว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ การที่กระหม่อมมาพบกับไท่เฟยหาได้เดือดร้อนผู้ใดไม่ พวกเขาจะนินทาก็ให้นินทาไปพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากพูดจบแล้ว ฟู่จิ่งหลีก็พยุงแขนของหลิวไท่เฟยด้วยความรักใคร่
เมื่อคนสองสามคนกลับมาที่ห้องโถงแล้วนั่งลง หลิวไท่เฟยก็เต็มไปด้วยความสุขใจ จากนั้นนางจึงเรียกให้นางกำนัลยกอาหารออกมาโดยหวังว่าจะได้ร่วมรับประทานอาหารกับฟูจิ่งหลี
ในระหว่างการสนทนาที่เป็นกันเองนี้ ลั่วชิงยวนสามารถบอกได้เลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างฟูจิ่งหลีและหลิวไทเฟยนั้นแน่นแฟ้นเป็นอย่างยิ่ง
เขาแสดงความห่วงใยต่อหลิวไท่เฟยในทุกด้าน อีกทั้งเขายังละทิ้งท่าทางที่ต้องระมัดระวังซึ่งทำให้เขาดูเหมือนองค์ชายเหล่านั้นด้วย
ขณะที่นางกำลังพูดคุย หลิวไท่เฟยก็พูดขึ้นทันทีว่า “เจ้าเจ็ด เหตุใดเจ้ายังไม่ทักทายพี่สะใภ้ของเจ้าอีกเจ้าอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้ว? เจ้าไม่รู้จักกันอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฟู่จิ่งหลีก็เหลือบมองลั่วชิงยวนอย่างกระอักกะอ่วน ก่อนจะเอ่ยว่า “เป็นเพราะเรารู้จักกัน เช่นนั้นกระหม่อมจึงรู้สึกเขินอายพ่ะย่ะค่ะ”
เนื่องจากองค์ชายเจ็ดอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งแล้ว หลิวไท่เฟยจึงมีความกังวลมากมาย นางจึงเร่งเร้าให้เขาออกไป
ลั่วชิงยวนกำลังจากไปพร้อมกับองค์ชายเจ็ด
ก่อนออกเดินทางหลิวไท่เฟยยังคงลังเลที่จะปล่อยลั่วชิงยวนไป นางจับมืออีกฝ่ายแล้วพูดว่า “หากเจ้าว่าง เจ้ามานั่งเล่นกับข้าบ่อย ๆ ก็ได้”
“เพคะ”
จากนั้นลั่วชิงยวนและฟู่จิ่งหลีก็จากไป
ทั้งสองออกจากวังด้วยกัน
ลั่วชิงยวนถามอย่างสงสัยว่า “หม่อมฉันไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงหลิวไท่เฟยมาก่อนเลย วันนี้ท่านก็มาโดยบังเอิญเช่นกันอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฟู่จิ่งหลีก็ยิ้มและพูดว่า “วันนี้ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อพบหลิวไท่เฟย”
“นั่นคือ…” ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยความสับสน
เขามาเพื่อนางงั้นหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...