หลิวไท่เฟยคุกเข่าลงทันที
ลั่วชิงยวนตกใจมากจึงรีบเข้าไปพยุงนางพร้อมกับเอ่ยว่า “หลิวไท่เฟย หม่อมฉันรับไม่ไหวหรอกเพคะ!”
“ลุกขึ้นเถิดเพคะ!”
ทว่า หลิวไท่เฟยกลับผลักนางออกไปและยืนกรานที่จะไม่ลุกขึ้นพลางวิงวอนว่า “พระชายา ข้าขอร้องเจ้า!”
“เจ้าเจ็ดเป็นเช่นนี้ ข้ากังวลมากจริง ๆ! เมื่อเขามั่นคงแล้วเท่านั้น ข้าคงจากไปได้หมดห่วง!”
คำพูดนี้ทำให้ลั่วชิงยวนงงงวย นางจึงเอ่ยถามว่า “จากไปหรือเพคะ หลิวไท่เฟยจะไปที่ใดกัน?”
หลิวไท่เฟยก้มศีรษะลง รู้สึกเขินอายเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็พูดขึ้นว่า “แม้ว่าข้าจะเป็นไท่เฟย แต่ข้าหาได้มีสถานะใดเลยในวังหลังแห่งนี้ไม่”
“แม้ว่าข้าจะเคยเป็นนางสนมคนโปรดของจักรพรรดิ แต่ข้าก็ไม่อาจให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวใน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่จึงเป็นเรื่องยากสำหรับข้าที่จะอยู่รอดในวังหลวงนี้ได้”
“ข้าเชื่อในพระโพธิสัตว์ เพราะหลายปีมานี้ข้าตกอยู่ในภวังค์ฝันร้าย มีเพียงการสวดพระสูตรทุกวันเท่านั้นที่ทำให้ข้าสงบจิตสงบใจลงได้”
“แต่ช่วงนี้ข้ารู้สึกหมดพลังใจ”
“ข้ากลัวว่าสักวันข้าจะไม่อาจตื่นขึ้นมาได้อีก ข้าจะนิ่งเฉยและไม่ใส่ใจเจ้าเจ็ดได้เช่นไร หากวันหนึ่งเขาต้องตายลง เขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบกับท่านแม่ของเขาได้”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ลั่วชิงยวนก็เริ่มสนใจ
นางดูใบหน้าของหลิวไท่เฟยซึ่งแท้จริงแล้วใบหน้านั่นถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีเขียวจาง ๆ แต่ไม่ร้ายแรงมากนัก
เมื่อสภาพจิตใจหรือร่างกายของนางไม่มั่นคง ย่อมมีสภาพเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ
“ฝันร้ายแบบใดหรือเพคะ?”
หลิวไท่เฟยส่ายหน้า เพราะนางเจ็บปวดเกินกว่าจะพูดถึงเรื่องเหล่านั้น
“ขอหม่อมฉันเดินดูรอบ ๆ ได้หรือไม่เพคะ?” ลั่วชิงยวนถาม
"เชิญตามสบาย"
เช่นนั้นหลิวไท่เฟยจึงเดินไปรอบ ๆ ตำหนักพร้อมกับลั่วชิงยวน
ภายในมีห้องพระขนาดใหญ่ซึ่งเป็นส่วนที่แพงที่สุดของตำหนักทั้งหมด มีพระพุทธรูปปั้นด้วยองค์ทองคำประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ ทั้งตำหนักก็เงียบสงบ แม้ว่าจะมีพื้นที่กว้างขวางและดูจากภายนอกก็งดงาม แต่แท้จริงแล้วการตกแต่งภายในนั้นเรียบง่ายเป็นอย่างมาก
ห้องที่หลิวไท่เฟยนอนหลับเต็มไปด้วยพระพุทธรูปและโต๊ะหมู่บูชา ทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้จันทน์
“นี่มันอะไรกัน... นี่มันอะไรกัน?” เสียงของหลิวไท่เฟยสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุมได้
ลั่วชิงยวนเอ่ยพูดว่า “สิ่งนี้ทำให้หลิวไท่เฟยฝันร้าย รวมทั้งส่งผลต่อจิตวิญญาณของพระนางเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลิวไท่เฟยก็ซีดลงอย่างรวดเร็ว
นางก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ
“ท่านจำได้หรือไม่ว่าได้ของชิ้นนี้มาได้อย่างไรเพคะ?”
ตุ๊กตาตัวนี้ถูกผนึกไว้ในพระพุทธรูปองค์เล็กนี้ และถูกวางไว้ข้างในตั้งแต่เริ่มต้นการผลิต เช่นนั้นจึงไม่อาจมีใครสามารถดัดแปลงของชิ้นนี้ได้หลังจากที่สร้างเสร็จแล้ว
หลิวไท่เฟยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง สีหน้าของนางก็ดูสับสนและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
หลิวไท่เฟยคว้ามือของลั่วชิงยวนทันทีพร้อมกับเอ่ยว่า "หากนำของชิ้นนี้ออกไป พระพุทธรูปองค์นี้จะยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่"
“ไม่เพคะ” ลั่วชิงยวนส่ายหน้า
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวไท่เฟยก็หยิบเศษของพระพุทธรูปขึ้นมาทันที ก่อนจะเก็บรวบรวมอย่างระมัดระวัง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...