องค์ชายเจ็ดช่วยนางไว้มาก รวมทั้งหลิวไท่เฟยก็มีความสำคัญต่อองค์ชายเจ็ดมากเช่นกัน เช่นนั้นแล้วนางจึงควรต้องช่วยอีกฝ่าย
หากคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลิวไท่เฟยอาจจะมีปัญหาทางร่างกายและจำเป็นต้องทานยาเพื่อรับการรักษาอาการป่วยของนาง
ทว่า หากคืนนี้เรื่องเกิดขึ้น นางจะต้องช่วยหลิวไท่เฟยแก้ปัญหาให้จงได้
ถานสี่พยักหน้าอย่างตื่นเต้นพร้อมกับกล่าวว่า "ขอบพระคุณเจ้าค่ะพระชายา! บ่าวจะไปจัดเตียงและเตรียมห้องสำหรับท่านอ๋องและพระชายาเจ้าค่ะ"
หลังจากพูดจบนางก็ออกไปทันที
ลั่วชิงยวนไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนางเลยด้วยซ้ำ
แม้ว่านางสัญญาว่าจะอยู่ แต่ฟู่เฉินหวนก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่ไว้ในคืนนี้
เขาไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับที่องค์ชายเจ็ดรู้สึกต่อหลิวไท่เฟย พวกเขาอาจเคยพบกันเพียงครั้งเดียวในช่วงหนึ่งปีครึ่งก่อนหน้านี้ เช่นนั้นฟู่เฉินหวนอาจไม่เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่
ข้อเท็จจริงนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า การคาดเดาของลั่วชิงยวนนั้นถูกต้อง
ระหว่างฟู่เฉินหวนและหลิวไท่เฟยนั้นไม่มีอะไรจะพูดถึงจริง ๆ ในไม่ช้าฟู่เฉินหวนก็เดินออกไป
หลิวไท่เฟยก็ไปที่ห้องพระเพื่อสวดมนต์พระสูตรด้วย
“คลี่คลายได้แล้วใช่หรือไม่ พวกเรากลับได้หรือยัง?” ฟู่เฉินหวนเดินมาโดยเอามือไพล่หลัง
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า “สถานการณ์นับว่าซับซ้อนยิ่ง หม่อมฉันต้องอยู่ที่นี่คืนนี้”
“อยู่ที่นี่งั้นหรือ?” ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว
“ท่านอ๋องอยากอยู่ที่นี่หรือไม่?”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว เขารู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดอย่างเย็นชาว่า “ข้าไม่เคยอยู่ตำหนักผู้อื่นมาก่อน”
“เช่นนั้นท่านอ๋องเสด็จกลับไปก่อนเถิดเพคะ แล้วค่อยส่งคนมารับหม่อมฉันเช้าวันพรุ่ง”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วมุ่นแล้วเดินจากไป
ลั่วชิงยวนกำลังเดินไปรอบ ๆ ตำหนัก ถานสี่ก็ได้ทำความสะอาดซากปลาในสวนหลังตำหนักแล้ว
แม้ว่ากลิ่นจะแรงไปสักหน่อย แต่ทิวทัศน์ในลานนี้ก็นับว่าสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อแสงพระอาทิตย์ตกยามเย็นสาดส่องมายังลานเล็ก ๆ นั้น
สายลมอ่อนที่พลิ้วไหวเหล่านั้น พัดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้มาจึงทำให้กลิ่นคาวหายไป
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสว่าง
ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นฟู่เฉินหวนเดินเข้ามา
เรือนรับรองที่ถานสี่เตรียมไว้นั้นอยู่ใกล้กับเรือนนอนของหลิวไท่เฟยมาก
ทั้งสองนั่งอยู่ในห้อง จ้องมองไปยังเตียงเดี่ยวอย่างว่างเปล่า
พวกเขาไม่เคยนอนห้องเดียวกันเลย
ทว่าในขณะนี้ หากถานสี่ต้องจัดเตรียมห้องอื่น เกรงว่าพรุ่งนี้อาจจะมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง
“ข้ายังไม่ง่วง ข้าจะขออยู่เฝ้าเอง”
“หม่อมฉันก็ยังไม่ง่วงเพคะ”
พวกเขาทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน ที่โต๊ะโดยมีเทียนจุดอยู่ พวกเขาเบื่อมากจึงเล่นได้เพียงแต่หมากรุกเท่านั้น
ราตรีกำลังล่วงเลยไป
หน้าต่างที่เปิดออกเล็กน้อยถูกลมยามค่ำคืนพัดจนกระทบกันไปมา
ทันใดนั้น หน้าต่างก็เปิดออกอีกครั้ง ร่างสีดำแปลก ๆ ใต้ชายคาก็ปรากฏออกมา
มือของลั่วชิงยวนหยุดลงชั่วคราวเล็กน้อย และตัวหมากรุกก็ตกลงไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...