นางก้าวไปข้างหน้า
เมื่อฟู่จิ่งหลีเห็นนาง เขาก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ในตอนที่ข้ามาที่นี่ ก็ถูกกลิ่นหอมของสวนดึงดูดเข้า ข้ามักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังนำทางให้ข้ามาที่นี่”
“ครั้งนี้ข้าเห็นเด็กสาวที่งดงามราวกับเทพธิดา และข้าก็รู้ว่าสวรรค์เป็นผู้นำทางข้าให้ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเทพธิดานางนั้น!”
“แม่นางมาจากที่ใด เป็นลูกเต้าเหล่าใคร เหตุใดข้าจึงมิเคยเห็นแม่นางมาก่อน”
หากมิใช่เพราะว่าฟู่จิ่งหลีทำท่าราวกับพวกเจ้าชู้ประตูดิน ในตอนนี้ลั่วชิงยวนเกือบจะเชื่อว่าฟู่จิ่งหลีเป็นคนจริงจังแล้ว
เขาดูเป็นแบบนี้เมื่อเห็นสาวงาม แต่เขาแสร้งทำตัวดีต่อหน้านางและฟู่เฉินหวน
ฉินไป๋หลี่อดมิได้ที่จะหัวเราะในตอนที่เขาได้ยิน
ฟู่จิ่งหลีและสงสัย พลางครุ่นคิดกับตัวเอง ‘สาวงามผู้นี้อยู่กับฉินไป่หลี่ ตระกูลฉินไม่มีบุตรี หรือว่านางจะเป็นสะใภ้ตระกูลฉิน?’
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่ จู่ ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็เอ่ยขึ้นจากปากของใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย
“ในเมื่อหม่อมฉันเป็นเทพธิดา ข้าย่อมมาจากสรวงสวรรค์แน่ เช่นนั้นท่านจึงมิเคยเห็นหม่อมฉันมาก่อน”
เสียงนี้นับว่าคุ้นเคยมาก!
ฟู่จิ่งหลีขมวดคิ้วและมองดูคนตรงหน้าอย่างสับสนงงงวย เขายกฝ่ามือขึ้นเพื่อบังใบหน้าครึ่งบนของนาง
“ท่านมองออกหรือยัง? รู้แล้วหรือยังว่าหม่อมฉันเป็นใคร”
ทันใดนั้นการแสดงออกของฟู่จิ่งหลีก็เปลี่ยนไป เขาถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกใจ “ท่าน ท่าน ท่าน!”
“ท่านคือลั่วชิงยวนงั้นหรือ?”
“ไฉนท่านจึงมีหน้าตาเช่นนี้?”
การแสดงออกของฟู่จิ่งหลีในขณะนี้ดูคล้ายว่าเขาได้เห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
ลั่วชิงยวนเดินไปที่ชิงช้าและอดมิได้ที่จะถาม “เมื่อกี้ท่านดูอะไรอยู่หรือ?”
ฟู่จิ่งหลียังคงตกใจ
หลังจากดึงสติกลับมาได้แล้ว เขาก็ก้มหน้าลงและชี้ไปยังโครงชิงช้าแล้วพูดว่า “ดูสิ มีคราบเลือดบนเถาวัลย์นี้ด้วย”
ลั่วชิงยวนสะดุ้งและก้าวไปข้างหน้าเพื่อดู มีคราบเลือดอยู่จริง ๆ!
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วและมองดูเขา “ท่านจะกลัวอะไร?”
“เพื่อมิให้กลายเป็นที่ครหาอย่างไรเล่า เข้าใจหรือไม่? ข้ามิรู้ว่าท่านหน้าตาแบบนี้ และข้าก็มิได้ตั้งใจ หากพี่สามรู้เรื่องเข้า เขาคงถลกหนังข้าออกแน่!”
เมื่อเห็นลักษณะท่าทางของฟู่จิ่งหลี นางก็ดูออกว่าเขากังวลมากจริง ๆ
ลั่วชิงยวนเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “มิต้องห่วงเพคะ หม่อมฉันจะมิบอกท่านอ๋อง”
ฟู่จิ่งหลีรู้สึกโล่งใจ และกำหมัดของเขาเข้าหานางอย่างชอบธรรม “ขอบใจพี่สะใภ้สามที่ช่วยชีวิตข้า!”
“ว่าแต่ใบหน้าของท่านหายดีตั้งแต่เมื่อใดกัน? ย้อนกลับไปครานั้น พี่สามพยายามรักษาใบหน้าของท่านอย่างดีที่สุด เช่นนั้นท่านก็ควรบอกพวกเราสิว่าใบหน้าของท่านดีขึ้นแล้ว ท่านทำให้พี่สามกังวลเรื่องนี้อยู่นานทีเดียวหนา!”
คำพูดสบาย ๆ ของฟู่จิ่งหลีทำให้ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อย
เขากังวลงั้นหรือ?
“พอเถิดเพคะ มิต้องพูดถึงท่านอ๋องแล้ว หม่อมฉันมิอยากได้ยิน” ลั่วชิงยวนปฏิเสธอย่างเย็นชา
ในเวลานี้ เสียงของฉินไป๋หลี่ดังมาจากภายนอก “มาดูนี่สิ ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีห้องใต้ดินอยู่ด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...