“อันตรายมิน้อยเลย!”
เซียวชูขมวดคิ้วและตอบว่า “ครั้นท่านอ๋องรู้ว่าพระชายาออกเดินทางมาแล้ว พระองค์ก็กลัวว่าพระชายาจะตกอยู่ในอันตรายเพียงลำพัง ดังนั้นจึงพาข้ามาด้วย หวังจะไล่ตามพระชายาให้ทันขอรับ”
“คนอื่น ๆ ยังอยู่ข้างหลัง”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หัวใจของลั่วชิงยวนก็สั่นไหว เรื่องเป็นเช่นนี้นี่เอง
นางคิดว่าฟู่เฉินหวนและคนอื่น ๆ ออกเดินทางกันไปแล้ว คิดว่าพวกเขานำหน้านางอยู่
กระทั่ง เมื่อไปถึงถนนอีกฟากหนึ่งแล้ว ลั่วชิงยวนก็ฉีกผ้าชิ้นหนึ่งออกแล้วมัดไว้กับโคนต้นไม้ “เอาไว้เตือนให้คนที่อยู่ข้างหลังเจ้าตามมาถูก”
เซียวชูถามด้วยความสับสน “เราไปผิดทางอย่างนั้นหรือ? โรงเตี๊ยมนั่นมิชั่วร้ายเกินไปหรือ?"
ลั่วชิงยวนตอบว่า “ในป่าแห่งนี้มียันต์ติดอยู่ ยันต์นั้นช่วยผนึกหมอกพิษเอาไว้ในป่ามิให้กระจายไปไหน ทางแยกนั้นและโรงเตี๊ยมที่อยู่สุดทาง ต่างก็อยู่ในหมอกพิษ”
“พวกเจ้าถูกพิษจากหมอกพิษพวกนั้น ทำให้มีอาการประสาทหลอน จริง ๆ แล้วมันเป็นโรงเตี๊ยมธรรมดา ๆ แล้วศัตรูก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน เพียงแต่พวกเขาแสร้งทำเป็นผีและวิญญาณ และภาพหลอนจากพิษทำให้เจ้ารู้สึกว่ามันชั่วร้าย”
โชคดีที่นางเอะใจได้ทันและวิ่งกลับไปหาเขา มิเช่นนั้นคราวนี้ฟู่เฉินหวนอาจเสียชีวิตไปแล้ว
“ข้าเข้าใจแล้ว แล้วหากมีคนอื่นหลงเข้าไปเล่า?” เซียวชูถามอย่างกังวล
ลั่วชิงยวนอธิบายว่า “ตอนที่พวกเจ้าจะเข้าไป ข้าเพิ่งออกมาจากที่นั่น นี่เป็นกับดักที่มีไว้เพื่อฟู่เฉินหวนเท่านั้น พวกเขาจะไม่ทำร้ายคนสุ่มสี่สุ่มห้า เพียงแต่จะเตือนว่าคนอื่นหลงทางก็เท่านั้น”
เมื่อผ่านพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยป่าทึบ ในที่สุดบริเวณโดยรอบก็สว่างขึ้น
รอบตัวไร้ซึ่งอันตรายใด เมื่อผ่านไปตามลำธาร ลั่วชิงยวนก็หยุดรถม้า
นางไปตักน้ำ…
แล้วกลับเข้าไปในรถม้า
เซียวชูกำลังเฝ้ายาม
ลั่วชิงยวนให้ยาแก้พิษแก่ฟู่เฉินหวน จากนั้นตรวจดูบาดแผลที่แขนของเขา แผลไม่ลึกเท่าไหร่แต่พิษค่อนข้างรุนแรง
นางเริ่มคัดเลือดพิษออกจากบาดแผลทันที พิษนี้ค่อนข้างรุนแรงและจะแพร่กระจายไปยังหัวใจและปอด ฟู่เฉินหวนต้องเข้าเมืองไปเพื่อล้างพิษ ดังนั้นเขาจึงต้องทำเช่นนี้เอาไว้ก่อน
“เซียวชู รีบไปเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุดเร็วเข้า”
“ขอรับ” เซียวชูกุมบังเหียนแล้วบังคับรถม้าไปต่อทันที
ลั่วชิงยวนดูแลฟู่เฉินหวนอยู่ในรถม้า นางตรวจชีพจรของเขาอยู่ตลอดเวลาและคอยสังเกตอาการ
หลังจากการเดินทางที่ยากลำบาก ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองแห่งหนึ่งก่อนรุ่งสาง
ลั่วชิงยวนอยู่ข้าง ๆ ฟู่เฉินหวนตลอดเวลา
ระหว่างการเดินทางเขาตื่นขึ้นมาหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้สึกตัว
ต่อมาร่างกายของเขาเริ่มร้อนอย่างอธิบายมิได้ ลั่วชิงยวนเช็ดตามร่างกายของเขาด้วยผ้าเช็ดหน้าเปียกเพื่อทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลง
ถือได้ว่าผ่านวันคืนมาได้อย่างมิลำบากมากนัก
แต่ในคืนที่สอง บาดแผลของฟู่เฉินหวนกลับแย่ลง
ผิวหนังรอบ ๆ แผลคล้ำขึ้น เมื่อออกแรงคัดเลือดพิษ มันก็ยังไหลออกมา
พิษนี้รุนแรงและมิอาจกำจัดออกไปได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมองดูใบหน้าซีดเซียวของฟู่เฉินหวน แล้วตระหนักได้ว่าที่อีกฝ่ายเจ็บคราวนี้เพราะช่วยนาง
ลั่วชิงยวนถอนหายใจ
นางไปเตรียมยาบางอย่างทันที หลังจากยาต้มแล้ว นางก็ดื่มยาหนึ่งอึก จากนั้นจากนั้นจึงยกแขนของฟู่เฉินหวนขึ้นมากัดไว้
“โอย…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...