เมื่อดูจากปฏิกิริยาของใต้เท้าเฉา ลั่วชิงยวนก็รู้ว่าเขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับลั่วหลางหลางเป็นแน่
เรื่องของตระกูลฟ่านคงเป็นที่รู้กันทั่วในซีหยาง
ส่วนลั่วหลางหลางก็ถูกใส่ร้ายและทำให้เสียชื่อเสียง นางต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดกัน!
ลั่วชิงยวนยิ่งรู้สึกโกรธเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
นางเอ่ยปากเตือน “แม้ว่ามหาราชครูลั่วจะมิอยู่แล้ว แต่จวนมหาราชครูยังอยู่ และข้าลั่วชิงยวนเองก็ยังอยู่! หากใครกล้าใส่ร้ายลั่วหลางหลางอีกครั้ง ได้ยินเมื่อไหร่ข้าจะลงมือเดี๋ยวนั้น!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใต้เท้าเฉาละล่ำละลักพูดออกมา ”พระชายา หาอย่าได้กังวล!“
ฉางจิ่นเหวินก็ก้มหน้าลงและรับปากว่าจะมิใส่ร้ายลั่วหลางหลางอีก
ฉางจิ่นเหวินแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แปลว่านางมาที่นี่เพื่อลั่วหลางหลาง โชคดีที่อีกฝ่ายมิได้มาที่นี่เพราะสมาคมการค้าเฟิงตู
ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนออกจากที่ว่าการ ก่อนออกเดินทางฟู่เฉินหวนบอกใต้เท้าเฉาว่า "ข้ามิต้องการให้ใครล่วงรู้ถึงการมาที่ซีหยางของข้าเท่าไหร่นัก"
“จงทำเหมือนมิเคยพบเห็นข้าก็แล้วกัน”
ใต้เท้าเฉาพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก “พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง โปรดวางพระทัย กระหม่อมเข้าใจความพ่ะย่ะค่ะ!”
จากนั้นทั้งกลุ่มก็ออกจากที่ว่าการและกลับเข้าโรงเตี๊ยม
พวกเขาอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว และรับประทานอาหาร
ในห้องพักตอนกลางคืน มีแสงเทียนสว่างไสว ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนนั่งตรงข้ามกันและดื่มสุราคนละจอก
“แม้ว่าท่านจะขอให้ใต้เท้าเฉามิเปิดเผยการมาของท่านในวันนี้ แต่หม่อมฉันเกรงว่า ทั่วทั้งสมาคมการค้าเฟิงตูคงจะล่วงรู้ถึงการมาถึงของท่านแล้วในตอนนี้”
ฟู่เฉินหวนจิบสุราแล้วพูดอย่างใจเย็น “ช่างปะไร ข้อมูลลับที่ข้ามียังมิรั่วไหล พวกเขาย่อมมิรู้ว่าข้ามาทำสิ่งใดในซีหยาง”
“มีเรื่องของลั่วหลางหลางเป็นฉากบังหน้า คนอื่นคงไม่มีทางสงสัยเราได้”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า คิดพลางกล่าวว่า “วันพรุ่งหม่อมฉันต้องไปพบหลางหลางที่บ้านตระกูลฟ่านอีก"
“คืนนี้เราเพิ่งกลับมา หม่อมฉันเกรงว่าจะมีคนจากสมาคมการค้าเฟิงตูกำลังดูอยู่ คืนวันพรุ่งเราค่อยไปตรวจสอบบ้านของพ่อค้าคนอื่นที่หายไปกันเถิด”
ฟู่เฉินหวนไม่คัดค้านและตอบว่า “ได้สิ”
“นี่เป็นลูกคนแรกของข้า ข้ามิเคยเป็นพ่อมาก่อน ดังนั้นข้าย่อมต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาขอรับ”
"แต่ข้ามิได้คิดจะสร้างความลำบากให้หลางหลางเพราะเหตุนี้! ข้าจดจำความเมตตาของตระกูลลั่วที่มีต่อตระกูลฟ่านของเราได้เสมอ!"
“ข้าเคารพลั่วหลางหลาง และข้าจะมิบังคับนางให้ทำอะไรที่นางมิอยากทำ ข้าแค่อยากให้นางมีชีวิตที่มีความสุขก็เท่านั้น!”
คำพูดของเขาฟังดูเหมือนมาจากใจจริง แต่มันกลับทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกขยะแขยง
หากเขามิลืมบุญคุณของตระกูลลั่วจริงจริง ๆ เรื่องคงมิเป็นเช่นนี้
ลั่วหลางหลางมิได้พูดอะไร นางแค่นั่งยิ้มอย่างอ่อนโยนและสง่างามอยู่อย่างนั้น
แต่ลั่วชิงยวนมองเห็นได้ว่ารอยยิ้มดังกล่าวไปมิถึงดวงตาของนาง
“ลั่วหลางหลาง เจ้าพาข้าไปเดินเล่นสักหน่อยสิ” ลั่วชิงยวนเอ่ยปากแก่ลั่วหลางหลาง และทั้งสองก็เดินออกจากห้องโถงใหญ่ไปด้วยกัน
ฟ่านซานเหอที่อยู่ข้างหลัง เขาดูประหม่าเล็กน้อยขณะที่เขามองดูร่างของสตรีทั้งสองที่กำลังเดินออกไป
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อย ดื่มชาอย่างมิแยแส และจับจ้องไปที่สีหน้าแปลก ๆ ของฟ่านซานเหอ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...