......
แม้ว่าตระกูลฟ่านจะไม่ใหญ่โต แต่ก็ดูหรูหรา ทิวทัศน์ในบ้านก็งดงามมากเช่นกัน
ลั่วชิงยวนและลั่วหลางหลางเดินไปที่ทะเลสาบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “หลางหลาง ข้าไปซื้อสีผึ้งที่ขายในร้านเครื่องประทินโฉมตระกูลฟ่านเมื่อสองวันก่อน"
นางหยิบกล่องสีผึ้งออกมาแล้วเปิดให้ลั่วหลางหลางดม
ลั่วหลางหลางตกใจเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนถามว่า “กลิ่นนี้เหมือนกับถุงหอมที่เจ้าให้ข้ามาก่อนหน้านี้เลย! เจ้าเป็นคนทำสีขี้ผึ้งนี้ใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของลั่วหลางหลางเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเนางก็ยิ้ม “ใช่แล้ว นี่เป็นฝีมือข้าเอง”
“แล้วเหตุใด…”
ก่อนที่ลั่วชิงยวนจะพูดจบ นางก็ถูกลั่วหลางหลางขัดจังหวะ
“ในตอนนั้นตระกูลฟ่านเพิ่งย้ายมาที่ซีหยาง แม้ตระกูลเสวี่ยจะเป็นครอบครัวใหญ่อีกทั้งยังมีกิจการที่ดี แต่ก็เป็นเพียงตระกูลของฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น บุตรหลานรุ่นหลังกับเรานับว่าห่างเหินกันเป็นอย่างมาก พวกเขาจะช่วยเหลือพวกเราอย่างจริงใจได้อย่างไร"
“เพราะเขาพูดจาดี ช่วยเราเปิดร้านและทำการค้า และช่วยให้เราเข้าร่วมสมาคมการค้าเฟิงตูได้ก็จริง แต่จริง ๆ แล้ว เขาต้องการทำลายการค้าของเรา เพื่อจะรีดไถเงินทองของตระกูลฟ่านและสินสอดของข้าเท่านั้น”
“เพื่อมิให้การค้าของตระกูลฟ่านล่มสลาย ข้าจึงทำสีผึ้งหอมนี้ขึ้น เพื่อดึงให้การค้ากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง”
“แต่ตระกูลเสวี่ยจะทนให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นได้เยี่ยงไร พวกเขาจึงได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงกลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ มาใช้ ฟ่านซานเหอมิถนัดทำการค้า เขาถูกใส่ร้ายทุกวิถีทาง”
“ข้ามิสามารถดูแลกิจการตระกูลฟ่านทั้งหมดได้ด้วยตัวเองจริง ๆ และข้าต้องเผชิญหน้าคนตระกูลเสวี่ยที่คอยเยาะเย้ยถากถาง และฟ่านซานเหอก็ต้องการทายาท”
“ต่อมา ตอนที่ข้ายุ่งกับการค้า ข้าจึงพบว่าฟ่านซานเหอติดต่อกับเฉินซวนอี๋เป็นการส่วนตัว ข้าจึงรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากทุ่มเทเพื่อเขาอีกต่อไป”
“ดังนั้นข้าจึงช่วยให้พวกเขาทั้งสองคนสมหวังและส่งมอบกิจการให้พวกเขาดูแล เฉินซวนอี๋มีฐานะและภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี จึงสามารถรักษากิจการของตระกูลฟ่านได้"
“นางบอกว่าสีผึ้งหอมนี้เป็นฝีมือของนางเอง”
“เรื่องนี้ข้ารู้ แต่ข้าหาได้สนใจไม่ ตอนนี้ก็โล่งใจดีแล้ว”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึง
นางมิเคยคาดหวังว่าลั่วหลางหลางที่ติดตามฮูหยินผู้เฒ่าฟ่านและฟ่านซานเหอมาถึงซีหยางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและต้องการหาความสงบ จะต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ในซีหยางเสียเอง
แต่ลั่วหลางหลางยิ้มและคว้าแขนของนางไว้ “ชิงยวน ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้า”
“แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนเป็นข้าที่เต็มใจเอง เจ้ามิจำเป็นต้องโน้มน้าวข้าอีกต่อไปแล้ว”
เมื่อเห็นทัศนคติที่แน่วแน่ของนาง ลั่วชิงยวนก็ถอนหายใจอย่างช่วยมิได้
“ก็ได้ ข้าจะมิโน้มน้าวเจ้าอีก หากเป็นลั่วอวิ๋นสี่ นางจะลักพาตัวเจ้ากลับไปอย่างแน่นอน”
ลั่วหลางหลางยิ้ม ครั้งนี้ยิ้มของนางมาถึงดวงตา รอยยิ้มอ่อนหวานและอบอุ่นภายใต้สายลมแผ่วเบา
“อย่างไรก็ตาม ลั่วหลางหลาง มีอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากจะถามเจ้า เจ้าฟังแล้วอย่าเพิ่งโกรธ”
ลั่วหลางหลางยิ้มและพูดว่า “ถามมาได้เลย”
ลั่วชิงยวนจึงพูดตรง ๆ “ข้างนอกมีคนบอกว่าเจ้ามีสัมพันธ์สวาทกับน้องสามี เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือ?”
สีหน้าของลั่วหลางหลางเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...