ในอีกสองวันต่อมา ฟู่เฉินหวนก็จัดการงานราชการอยู่ในตำหนัก มิได้ออกไปข้างนอก
แต่มันทำให้ลั่วชิงยวนมีโอกาส
นางสืบทราบมาแล้วว่าอีกเจ็ดวันในวังจะมีงานชมบุปผา
ดังนั้นนางจึงต้องรีบทำให้ฟู่เฉินหวนตอบตกลง
ดังนั้นนางจึงนำอาหารมาให้ฟู่เฉินหวนอย่างขยันขันแข็ง วันหนึ่งไปห้องตำราของเขาสามหรือสี่ครั้ง เพราะต้องการเข้าร่วมในงานชมบุปผาเป็นอย่างมาก
แต่นางมิเข้าใจว่า เหตุใดฟู่เฉินหวนถึงสนใจอาหารและชาที่นางส่งไปนัก เขากินจนเกลี้ยงทุกครั้งไป
แต่งานชมบุปผาเขากลับยังมิตอบตกลง
ยิ่งลั่วชิงยวนคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไร นางก็ยิ่งแปลกใจ เมื่อเข้าวันที่สามจึงมิส่งอาหารไปอีก
มิคิดว่าฝูเฉินหวนจะเป็นฝ่ายมาหานางเอง
บอกว่ามาลองชิมอาหารในเรือนของนาง
คนครัวก็คนเดียวกัน จะต่างกันตรงไหน?
ลั่วชิงยวนคิดไปว่าฟู่เฉินหวนคงเสียสติกะทันหันหรือไม่ก็คงป่วยหรืออย่างไร?
หลังจากมากินอาหารที่นี่หนึ่งวัน
ในวันรุ่งขึ้นฟู่เฉินหวนก็กลับมาอีก ลั่วชิงยวนขอให้จือเฉาเก็บอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดออกไป
ฟู่เฉินหวนนั่งอยู่ที่ลานเรือน ชาสักถ้วยก็มิได้ดื่ม
ฟู่เฉินหวนเริ่มหมดความอดทน เขาให้โอกาสกับลั่วชิงยวนตั้งมากมาย เหตุใดนางถึงยังมิวางยาเขาอีกเล่า?
“ไหนชาเล่า?” ฟู่เฉินหวนถามจือเฉาอย่างมิพอใจ
จือเฉามิรู้จะตอบอย่างไร
ลั่วชิงยวนพูดอย่างเย็นชา “วันนี้หม่อมฉันมิได้ชงชาเพคะ”
“มิได้ชงชารึ? ข้าอยู่ที่นี่ ชาสักถ้วยไม่มีเลยรึ?” ฟู่เฉินหวนมิอยากเชื่อ จะมิหาทางวางยาเขาเลยหรือ?
ลั่วชิงยวนก็หมดความอดทน พลันลุกขึ้นตบโต๊ะ
“ฟู่เฉินหวน ท่านพอได้แล้ว ท่านมาขอกินขอดื่มทุกวัน ท่านรู้หรือไม่ว่า กินของคนอื่นปากจะอ่อน เอาของคนอื่นมือจะสั้น หม่อมฉันประจบประแจงท่านทุกวัน ท่านยังดูเพลิดเพลินมากทีเดียว!”
“เหตุใดท่านถึงหน้าหนาเพียงนี้!”
เพื่อให้ได้ไปงานเลี้ยงชมดอกไม้นี้ นางรบเร้าฟู่เฉินหวนเป็นเวลาหลายวันแล้วเขาก็ยังมิยอมรับปาก
ตอนนี้ยังมีแก่ใจมาขอชาดื่มอีกหรือ?
“นี่เขายังมีหน้ามาโกรธอีกรึ?”
จือเฉาพูดด้วยความเขินอาย “พระชายา ท่านอ๋องมานั่งเล่น แล้วยังมิรินชาให้ มิดีเลยจริง ๆ หนาเจ้าคะ”
“หากท่านอ๋องกริ้วแล้วมิมาอีกเล่าเจ้าคะ?”
ดีขนาดไหนแล้ว ท่านอ๋องกับพระชายากว่าจะคืนดีกันได้ ช่วงนี้อยู่ด้วยกันก็มีความสุขดี ทุกอย่างในตำหนักก็สงบสุข
“มิมาก็มิมา เขามิมาข้าก็สบายใจ” ลั่วชิงยวนนั่งบนเก้าอี้แล้วนอนต่อไปอย่างสบาย ๆ
“นำชา ของว่าง เอาออกมา”
……
เมื่อเห็นว่าท่านอ๋องกลับมาที่ห้องตำราด้วยความโกรธ ซูโหยวก็อดมิได้ที่จะเข้าไปถาม “ท่านอ๋อง เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฟู่เฉินหวนดูไม่มีความสุข “เจ้าได้ยินชัดเจนหรือไม่? นางทำยาที่ทำให้คนหยุดมิได้จริง ๆ รึ?”
ซูโหยวชูสามนิ้วทันที “กระหม่อมสาบานต่อสวรรค์ กระหม่อมได้ยินอย่างชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ!"
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วพลางคิดอย่างลึกซึ้งแล้วพูดว่า “ไปบอกนางว่า ข้าจะไปงานชมบุปผา”
เขาจะได้ดูว่า ยานั้นของลั่วชิงยวนมีไว้เพื่อใคร!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...