เว่ยอวิ๋นเซี๋ยเร่งเร้า “หยุดพูดเรื่องไร้สาระ! มิซื้อก็ออกไปเสีย!"
เป็นผลให้แขกทุกคนในศาลารุ้งเมฆาถูกขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ศาลารุ้งเมฆาทั้งหมดถูกยึดครองโดยลั่วเยวี่ยอิงและพรรคพวกแล้ว
เมื่อลั่วชิงยวนมาที่ศาลารุ้งเมฆาอีกครั้ง เถ้าแก่ก็บอกกับนางอย่างช่วยมิได้ว่า “ขออภัยด้วยจริงๆ พระชายา อาภรณ์ทั้งหมดในร้านตอนนี้ขายหมดแล้ว”
“ชุดที่ข้าชอบล่ะ?”
“ขายไปแล้วเหมือนกัน”
“ขายไปแล้วรึ? ข้าเลือกก่อนแท้ๆ! เจ้าทำการค้าเช่นนี้ได้อย่างไร?!”
“ข้าขออภัยจริง ๆ เจ้าค่ะ พระชายา” เถ้าแก่เอ่ยปากขอโทษ
ลั่วชิงยวนจากไปด้วยความโกรธ
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงรู้เรื่องนี้ นางก็ยิ้มอย่างพอใจ มองดูอาภรณ์อันงดงามตรงหน้านาง และยิ้มเยาะ
“ลั่วชิงยวน คนตายอย่างเจ้ามิจำเป็นต้องสวมอาภรณ์ดี ๆ พวกนี้หรอก”
……
ตอนกลางคืน
หลังอาหารเย็น
จือเฉากลับมาอย่างเร่งรีบ “พระชายา คุณหนูลั่วเอ๋อร์ได้จัดการประมูลเล็ก ๆ ที่ภัตตาคารหงเฟิงเพื่อประมูลอาภรณ์ที่ซื้อที่ศาลารุ้งเมฆาไปวันนี้ในราคาสูงเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ “นางช่างรู้วิธีหาเงินจริง ๆ”
จือเฉาพยักหน้า “งานชมบุปผากำลังจะเริ่มแล้ว ต้องมีคนจำนวนมากที่ยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อ นี่มันเกินไปแล้ว! พวกเขาจงใจเหมาร้านเพื่อกันมิให้เราซื้อแล้วเอาไปขายให้ผู้อื่นในราคาสูง!”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเยาะ “มิต้องห่วง นางจัดการประมูลมิได้หรอก”
“หากการค้านี้ทำได้ง่ายจริงๆ เมืองหลวงคงมีคนทำมานานแล้ว”
"เจ้าคิดว่าศาลารุ้งเมฆาธรรมดาอย่างนั้นรึ?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ จือเฉาก็เกิดสนใจอย่างมาก “เช่นนั้นบ่าวจะไปดูอีกทีเจ้าค่ะ!”
จือเฉาจึงไปอีกครั้ง
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วยามต่อมา จือเฉาก็รีบกลับมาด้วยความตื่นเต้น
“พระชายา! ท่านพูดถูกจริง ๆ เจ้าค่ะ!”
“คนจากศาลารุ้งเมฆารู้เรื่องนี้แล้วจึงไปแจ้งทางการ! เจ้าหน้าที่ไปยังภัตตาคารหงเฟิง และศาลารุ้งเมฆาแจ้งตรง ๆ ว่าสินค้าที่ลั่วเยวี่ยอิงขายนั้นเป็นของปลอมจากถนนเชียนเมี่ยน!”
แม้ว่าจะขาดทุน แต่เพื่อให้ปัญหาคลี่คลาย ลั่วเยวี่ยอิงและเว่ยอวิ๋นเซี๋ยก็ตอบตกลง
คิดว่าในที่สุดก็แก้ปัญหาได้แล้ว
ทว่าลั่วเยวี่ยอิงยังมิทันได้ดีใจ
วันรุ่งขึ้น นางก็ได้เห็นว่าอาภรณ์ที่นางซื้อมาราคาเต็ม แล้วขายไปในราคาถูก แขวนกลับอยู่ในศาลารุ้งเมฆาอีกครั้ง
ลั่วเยวี่ยอิงเกือบทรุดตัวลง
เอ่ยถามเถ้าแก่ของศาลารุ้งเมฆาด้วยความโกรธ
เถ้าแก่ของศาลารุ้งเมฆากล่าวอย่างมั่นใจ “นั่นเป็นเพราะท่านละเมิดกฎของศาลารุ้งเมฆาก่อน และเรามิได้รับอาภรณ์เหล่านี้คืนในราคาถูก”
“แต่ซื้อมาจากองค์ชายเจ็ดในราคาเดิม”
เมื่อได้ยินคำว่าองค์ชายเจ็ด
ลั่วเยวี่ยอิงก็ตกใจและเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ที่แท้เป็นองค์ชายเจ็ดที่มาซื้อในราคาต่ำ
ทันใดนั้นลั่วเยวี่ยอิงก็ตระหนักถึงบางสิ่ง และกัดฟันด้วยความโกรธ “ลั่วชิงยวน! เจ้าคอยดูเถอะ!”
‘งานชมบุปผาคราวนี้ข้าจะทำลายชื่อเสียงของเจ้า! ชนิดที่มิอาจกู้คืนมาได้อีก!’

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...