”ท่าน… ร้อย…กลาง… องค์ชาย”
จือเฉาอ่านอย่างตั้งใจ แต่คนรอบตัวที่ฟังอยู่ล้วนไม่มีใครฟังเข้าใจ
ฟู่เฉินหวนรู้ได้ในทันทีว่าจือเฉาอ่านอักษรบนนี้ไม่ได้หมดทุกตัว
ลั่วเยวี่ยอิงยังไม่เข้าใจ นางเพียงคิดว่าเฉียงเวยลงมือหนักนัก ทำให้จือเฉาพูดได้ไม่เป็นภาษาเยี่ยงนี้แถมฟังแทบไม่รู้เรื่อง
ฟู่เฉินหวนนิ่วหน้าและถามเสียงเย็น “จือเฉา ข้าถามเจ้าว่าเจ้าลงนามในหนังสือนี้เพื่อเหตุใด?”
จือเฉาตอบอย่างตรงไปตรงมา “กราบทูลท่านอ๋อง บนนี้เขียนว่าการทดลองยานั้นมีความเสี่ยง บ่าวต้องลงนามก่อนถึงจะทำการทดลองได้ เขาบอกว่านี่เป็นกฎเพคะ”
สีหน้าฟู่เฉินหวนบิดเบี้ยวดูไม่ได้ กฎเช่นนั้นหรือ? ใครเป็นคนตั้งกฎนี้ขี้นมากัน?
“ผู้ใดบอกให้เจ้าลงนามในหนังสือนี้?”
“กราบทูลท่านอ๋อง เป็นแม่นางสวีเซียงเซียงจากตำเรือนโอสถเพคะ” จือเฉาตอบอย่างสงบเสงี่ยม “พระชายาทรงบาดเจ็บ บ่าวเลยไปขอโอสถบำรุงโลหิตมาให้ แต่แม่นางสวีเซียงเซียงบอกว่า บ่าวต้องทดสอบยาก่อน ไม่เช่นนั้นนางจะไม่ให้ยาพิเศษกับบ่าวเพคะ”
เมื่อได้ยินเช้นนี้ฟู่เฉินหวนก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
ตอนนั้นเองลั่วเยวี่ยอิงถึงได้เข้าใจว่า จือเฉาอ่านหนังสือไม่ออก แล้วเช่นนี้การให้นางลงนามในสัญญาจะมีประโยชน์อันใดกัน?
เพียงอ่านแค่สองประโยคก็พิสูจน์ได้แล้วว่า จือเฉาอ่านไม่ออก แล้วกระดาษแผ่นนี้จะใช้เล่นงานลั่วชิงยวนได้เยี่ยงไรกัน
เฉียงเวยนี้ไร้สมองยิ่งกว่านางเสียอีก
ตอนนั้นเองก็มีเสียงของนางรับใช้นามชุนเยวี่ยดังขึ้นจากด้านนอก “ท่านอ๋องเพคะ ชุนเยวี่ยขอเข้าพบท่านอ๋องเพคะ บ่าวมีเรื่องสำคัญต้องทูลท่านอ๋อง”
“ให้นางเข้ามา” ฟู่เฉินหวนสั่ง
เมื่อชุนเยวี่ยเข้ามาแล้ว นางก็คุกเข่าลงและบอกว่า “กราบทูลท่านอ๋อง บ่าวเป็นพยายานได้ว่า สวีเซียงเซียงหลอกลวงให้จือเฉาทดลองโอสถเพคะ บ่าวยังได้ยินสวีเซียงเซียงและคนอื่น ๆ ปรึกษากันเรื่องแบ่งเงินที่ประหยัดได้จากการทดลองโอสถเพคะ”
“ไม่ใช่แค่บ่าวะเพคะ ปี้อวิ๋นก็ได้ยินเช่นกัน พวกเราต่างก็เป็นพยานได้เพคะ”
ขณะที่พูดนางก็หันไปมองฟู่เฉินหวน “ท่านอ๋อง ในตำหนักมีเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เราควรต้องตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนมิใช่รึ? ใครกันที่เป็นคนสร้างเรื่องวุ่นวายขึ้นในตำหนัก? เราจำเป็นต้องหาตัวออกมาให้ชัดเจนหรือไม่เพคะ?”
ลั่วเยวี่ยอิงยกมือขึ้นปิดหน้าและร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น นางร้องไห้ดังขึ้นเรื่อย ๆ “เหตุใดท่านพี่ถึงต้องใส่ร้ายข้าอีกแล้ว…”
ตอนนั้นในหัวของฟู่เฉินหวนก็เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญของลั่วเยวี่ยอิง และเสียงพูดหักหาญของลั่วชิงยวน ทั้งสองเสียงตีกันในหัวเขาจนวุ่นหัวแทบระเบิด เขายกมือกุมหน้าผากอย่างเจ็บปวด “พอได้แล้ว!”
“ท่านอ๋อง…” ลั่วเยวี่ยอิงร้องไห้อย่างโศกเศร้า ยืนกรานให้ท่านอ๋องมอบความยุติธรรมให้นาง
ลั่วชิงยวนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับสีหน้าของฟู่เฉินหวน เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนจนแทบระเบิดออกมาและดวงตาก็เต็มไปด้วยแววโทสะ
“พอแล้ว” ฟู่เฉินหวนปวดหัวจนแทบแตกและตวาดออกมาอย่างฉุนเฉียว “ออกไปให้หมดทุกคนซะ”
ลั่วชิงยวนช่วยจือเฉาและจากไป
ลั่วเยวี่ยอิงเองก็ตกใจกลัว นางดูหวาดกลัวและไม่กล้าจะอยู่ต่อ นางรีบจากไปทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...