“ท่านอ๋อง!” ลั่วเยวี่ยอิงอุทานด้วยความตกใจ
ในเวลานี้ ซ่งเชียนฉู่เดินเข้ามาพร้อมกับยา เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็ก้าวไปข้างหน้าและดึงลั่วเยวี่ยอิงออกไปทันที
"นี่เจ้าทำอะไรลงไป?"
ลั่วเยวี่ยอิงล้มลงกับพื้น เอ่ยทั้งน้ำตาว่า "ข้าจะทำอันใดได้ ข้าเพียงห่วงใยท่านอ๋องเท่านั้น..."
“ท่านหมอซ่ง…” ฟู่เฉินหวนพยุงร่างกายขึ้นพูดด้วยความยากลำบาก
ซ่งเชียนฉู่วางยาลงอย่างรวดเร็ว ขับไล่ลั่วเยวี่ยอิงออกไปแล้วจึงปิดประตู
นางคว้าข้อมือของฟู่เฉินหวนและตรวจดูชีพจรของเขา
“ยามนี้ท่านยังมิควรขยับร่างกาย พลังเขี้ยวเหล็กนั้นรุนแรงเกินไป!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “ลั่วชิงยวนถูกตามล่าหรือไม่ นางอยู่ที่ใด?”
ซ่งเชียนฉู่ตกใจ นางตระหนักได้ว่าลั่วเยวี่ยอิงได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง และนั่นทำให้เขาต้องกระอักเลือด
เมื่อรู้ดังนั้นแล้วก็มิจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
“ยามนี้ยังไม่มีใครรู้ว่านางอยู่ที่ใด หม่อมฉันเดาว่านางคงออกจากเมืองไปแล้ว”
“แต่หม่อมฉันมิคิดว่า นางจะหลบหนีไปเพราะกลัวความผิด”
“หากนางมีคนไข้ที่รักษามิได้ นางก็ไม่มีวันจะหนีไปเฉย ๆ”
ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อมินานมานี้ ฟู่จิ่งหลีบอกเขาทั้งหมดแล้ว
เขาคิดอยู่พักหนึ่ง และพอจะรู้คร่าว ๆ ว่าลั่วชิงยวนไปที่ใด
ลั่วชิงยวนไปคนเดียวลำพัง นับว่าอันตรายเกินไป!
“ท่านหมอซ่ง ท่านมีตัวยาใดที่พอจะบรรเทาความเจ็บปวดจากเขี้ยวเหล็กได้บ้างหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งเชียนฉู่ก็มองเขาด้วยความตกใจ "นี่ท่านคิดจะทำสิ่งใดกัน?"
ฟู่เฉินหวนมีสายตาแน่วแน่ "ไปหานาง"
“ท่านบ้าไปแล้วหรือ? ท่านจะไปตามหานางทั้งที่มีเขี้ยวเหล็กสิบหกเล่มอยู่ในร่างเช่นนั้นหรือ?”
“ก่อนที่ท่านจะทันได้พบนาง เกรงว่าคงตายเสียตั้งแต่ระหว่างทางแล้ว!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว "นางไปที่ชายแดนแล้ว ตอนนี้ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าสถานการณ์สงครามที่ชายแดนเป็นเช่นไร"
“ข่าวสารถูกตระกูลเหยียนตัดขาด มิรู้เลยว่ามีสายลับของตระกูลเหยียนอยู่มากน้อยเพียงใด”
“นางไปเพียงลำพัง มิต่างอะไรกับเนื้อเข้าปากเสือ”
“มิว่านางจะเก่งกาจเพียงใด นางก็มิอาจต้านทานกองทหารม้านับหมื่นของพวกนอกด่านได้”
ซ่งเชียนฉู่ถอนหายใจ "มิจำเป็นต้องขอบใจหม่อมฉัน"
“หม่อมฉันมาที่นี่ก็เพื่อชิงยวน”
“จะได้มิทำให้สิ่งที่นางทำเพื่อท่านมากมายเพียงนั้นต้องสูญเปล่า”
ซ่งเชียนฉู่ยืนขึ้นและจากไป นางเตรียมยาทันที
ฟู่เฉินหวนอดทนต่อความเจ็บปวดและเรียกซูโหยวทันที ขอให้เขานำแผนที่มาให้
เมื่อกางแผนที่ออก ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดอย่างจริงจัง ในเมื่อลั่วชิงยวนกล้าไปชายแดน นางย่อมมิไปโดยปราศจากการเตรียมการอย่างแน่นอน
เมื่อนึกถึงอาการของเสด็จพ่อของเขาที่แย่ลง ฟู่เฉินหวนก็ครุ่นคิดว่า นี่อาจเป็นคำสั่งของเสด็จพ่อของเขาหรือไม่?
หากเป็นเช่นนั้น ลั่วชิงยวนอาจนำตราประทับมังกรของเสด็จพ่อเขาไปยังอู่จิ้นเพื่อระดมกำลังทหาร
ด้วยสถานการณ์ในราชสำนักตอนนี้ ลั่วชิงยวนระดมกำลังทหารอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่มีโอกาสสำเร็จที่สุด
“ซูโหยว!”
“มีคนของเราที่อยู่ที่อู่จิ้นบ้างหรือไม่? รีบส่งข่าวไปเดี๋ยวนี้ จะได้คอยสนับสนุนลั่วชิงยวน!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ซูโหยวก็ดูเคร่งเครียดยิ่งขึ้น
“ท่านอ๋อง คนของพวกเรา… ถูกตระกูลเหยียนกำจัดไปแล้ว...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...