พิษในร่างจือเฉาโดนถอนออกไปและสามารถรักษาชีวิตไว้ได้
ส่วนสวีเซียงเซียงและคนอื่น ๆ จากเรือนโอสถก็โดนขับไล่ออกไป ชุนเยวี่ยซึ่งทำงานในเรือนโอสถได้รับการสนับสนุนจากแม่นมเติ้งเพื่อเป็นการขอบคุณเธอสำหรับคำให้การของนาง
แม่นมเติ้งนำยาตามใบเทียบยาของลั่วชิงยวนกลับมาให้ และลั่วชิงยวนเองก็นั่งบดยาอยู่
“พระชายา บ่าวคิดว่า สวีเซียงเซียงคงมิกล้าคิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาเองเป็นแน่ อย่างน้อยก็ภายใต้การดูแลของบ่าว นางมิกล้าประมาทเยี่ยงนี้” แม่นมเติ้งยังคงคิดไม่ตก
ลั่วชิงยวนยิ้ม “แน่นอนว่านางมิกล้า ข้าถามจือเฉาโดยละเอียดแล้ว นางบอกว่ามีเฉียงเวยเป็นคนคอยชี้นำอยู่”
“เช่นนั้นเหตุใดสวีเซียงเซียงจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องเฉียงเวยเล่าเจ้าคะ?” แม่นมเติ้งตกใจ
“เรื่องนี้ก็เข้าใจได้ไม่ยาก ต้องมีคนอื่นอยู่เบื้องหลังเฉียงเวยซึ่งมอบตำลึงเงินให้สวีเซียงเซียงมากพอที่จะให้นางหุบปากสนิท หรือสวีเซียงเซียงก็อาจโดนผู้นั้นข่มขู่จึงไม่กล้าสารภาพออกมา” นางเดาว่าเรื่องทั้งหมดนี้ต้องเกี่ยวพันกับลั่วเยวี่ยอิง
มีเพียงลั่วเยวี่ยอิงเท่านั้นที่จ้องเล่นงานและอยากเห็นนางตาย
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นพระชายาจะยอมปล่อยวางเรื่องในคราวนี้หรือเจ้าคะ?” แม่นมเติ้งรู้สึกหดหู่เมื่อคิดถึงสภาพน่าอนาถของจือเฉา
“ปล่อยวางรึ? ชีวิตข้ามิรู้ด้วยซ้ำว่าจะเขียนคำว่า “ปล่อยวาง” เยี่ยงไร” ดวงตาของลั่วชิงยวนฉายแววสังหาร
แม่นมเติ้งลอบตื่นตระหนก
ลั่วชิงยวนใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการบดเครื่องยาสมุนไพร ส่วนหนึ่งก็ไว้สำหรับจือเฉา และอีกส่วนก็สำหรับบาดแผลบนใบหน้าของตน
อีกส่วนที่เหลือนั้นนางเอาไปผสมกับเลือดพิษที่อยู่ในชามและปั้นออกมาเป็นยาเม็ดไว้
“พระชายา นี่มันอะไรหรือเจ้าคะ…” แม่นมเติ้งถาม
ลั่วชิงยวนเก็บเม็ดยาไว้ในกล่องพร้อมริมฝีปากแต่งแต้มรอยยิ้ม “หมอกู้มอบโอสถรักาาแผลให้ลั่วเยวี่ยอิงมิใช่รึ? โอสถนี้ก็ใช้รักษาบาดแผลได้เช่นกัน ทั้งกลิ่นและผลของมันเหมือนกับโอสถของหมอกู้ทุกประการ”
แม่นมเติ้งตกใจมาก “พระชายา ท่านอยากช่วยนางหรือเจ้าคะ?”
หลังจากนั่งไปได้ครู่หนึ่ง แม่นมเติ้งก็เร่งเข้ามาหาพร้อมกระซิบบางอย่างที่ข้างหูนาง
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ดูจือเฉาไว้ ข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
ลั่วชิงยวนเดินไปไม่ไกลจากเรือนที่ลั่วเยวี่ยอิงอยู่ นางเดินเตร่อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเห็นลั่วเยวี่ยอิงกลับมาห่าง ๆ พร้อมมีเฉียงเวยเดินตาม นางรีบวิ่งหนีและดูร้อนรนกระวนกระวาย
ทันใดนั้นลั่วเยวี่ยอิงก็มองเห็นเงาร่างนั้นวิ่งกระหืดกระหอบหนีไป นางเปลี่ยนสีหน้าทันที “นั่นลั่วชิงยวนมิใช่รึ? นางวิ่งหาปะไร?”
เฉียงเวยหันไปมองอย่างพินิจ นางมีสีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียด “คุณหนูรอง เป็นไปได้ไหมเจ้าคะว่า นางแอบเข้าไปในห้องของท่าน?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลั่วเยวี่ยอิงก็หน้าซีดเผือดพร้อมกัดฟันกรอดอย่างมีโทสะ “ชั่วช้านัก”
นางรีบวิ่งตามไปทางทิศทางที่ลั่วชิงยวนวิ่งหนีไปทันที
ลั่วชิงยวนนั้นวิ่งช้าลงเพราะขนาดตัวของนาง ไม่นานลั่วเยวี่ยอิงก็ตามมาทัน ลั่วชิงยวนหันกลับไปมองอย่างตื่นตระหนกแต่ดันหกล้มอย่างแรง และกล่องยาในมือก็หล่นลงกลิ้งไปตามพื้นหญ้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...