ลั่วชิงยวนตะโกนขึ้นทันที
“ข้ารับรองว่าพวกท่านจะมิตาย!”
“แม้ว่าคนในครอบครัวที่ตายไปแล้วจะมิสามารถกลับมาได้ แต่เสบียงที่ถูกปล้นไป และทรัพย์สินที่สูญหายสามารถลงทะเบียนไว้ได้ที่นี่”
“เมื่อสงครามสงบลง ข้าจะมอบบ้านที่สงบสุขคืนให้กับพวกท่าน!”
“ในการต่อสู้กับพวกนอกด่านครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกท่านต้องเข้าสู่สนามรบอีก! เมื่อฟ้ามืดลง แม่ทัพเซี่ยงจะพาพวกท่านออกจากเมืองและอพยพไปจากที่นี่”
นี่เป็นวิธีที่เหมาะสมวิธีเดียวที่นางคิดออกในยามนี้
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านก็หยุดมืออีกครั้ง
“จริงหรือ? จะคุ้มกันพวกเราให้อพยพหรือ? คงจะมิปล่อยให้เราออกไปตายนอกเมืองใช่หรือไม่?”
เซี่ยงจิ้งก็พูดทันที "อย่ากังวล ข้าเซี่ยงจิ้งไม่มีทางเอาชาวบ้านไปเป็นโล่ป้องกันแน่นอน"
“ค่ำนี้จะอพยพ รีบกลับไปเก็บข้าวของกันเถอะ”
หลังจากที่ทุกคนฟังแล้ว พวกเขาก็เริ่มเชื่อขึ้นมา
พวกเขาแยกย้ายกันไปทันทีและกลับไปเก็บข้าวของ
เซี่ยงจิ้งยังส่งคนไปตามบ้านแต่ละหลังทันที เพื่อแจ้งข่าวและพาพวกเขาออกจากเมืองในคืนนี้
รองแม่ทัพหลิวมิพอใจเล็กน้อย "แม่ทัพเซี่ยง หากท่านนำคนไปคุ้มกันชาวบ้านออกจากเมือง แล้วหากพวกนอกด่านมารุกราน..."
ลั่วชิงยวนเหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "เจ้ากลัวอะไร? แม่ทัพซือยังอยู่ที่นี่"
รองแม่ทัพหลิวเถียงมิออก ได้แต่กัดฟันแน่นด้วยความอึดอัดใจ
ลั่วชิงยวนกล่าวอย่างครุ่นคิด
“แม่ทัพเซี่ยงจะนำคนอพยพไปในยามกลางคืน และไปทางทิศใต้ ใช้เวลาเดินทางอย่างเร็วที่สุดก็ครึ่งวัน หากพาชาวบ้านไปด้วยก็อาจช้าลงไปกว่านั้น แน่นอนว่าจะต้องถูกพวกนอกด่านโจมตีแน่”
“ข้ากังวลว่า พวกนอกด่านะหลบเลี่ยงเราและแอบโจมตีแม่ทัพเซี่ยงกับพวกชาวบ้านแทน”
“เส้นทางที่พวกเขาต้องผ่านคือแม่น้ำเฉี่ยนซี แม่ทัพซือพาคนของเจ้าไปซุ่มโจมตีแถว ๆ แม่น้ำเฉี่ยนซี หากมีกองกำลังศัตรู อย่าปล่อยให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
“แล้วให้ทหารพันนายคอยป้องกันจุดต่าง ๆ ในเมืองเอาไว้”
เซี่ยงจิ้งและซือซิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้
เซี่ยงจิ้งถามด้วยความสับสน "แม่นางลั่วมิเคยมายังเขตชายแดนมิใช่หรือ? เหตุใดถึงคุ้นเคยภูมิประเทศของชายแดนแถบนี้นัก?"
ลั่วชิงยวนติดตามเซี่ยงจิ้งไปยังบ้านหลายต่อหลายหลัง เกลี้ยกล่อมให้บางคนที่มิกล้าอพยพสามารถอพยพได้อย่างสบายใจ
การป้องกันในจุดต่าง ๆ ของเมืองถูกพวกนอกด่านทำลายไปแล้ว และพวกนอกด่านบางคนยังสามารถเข้าเมืองผ่านทางคลองระบายน้ำและเข้าสังหารผู้คนได้
ยามนี้ผู้คนในเมืองต่างอกสั่นขวัญแขวน ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยอันตราย
จึงต้องอพยพออกจากที่นี่ไปอย่างเลี่ยงมิได้
นางยังสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับฉินเชียนหลี่ไปตลอดทาง
คำตอบที่ได้รับชัดเจนมาก ผู้ที่ออกคำสั่งให้ปล้นเสบียงชาวบ้านคือฉินเชียนหลี่ และผู้ที่สั่งให้เกณฑ์ชาวบ้านไปเป็นทหารก็เป็นเขาเช่นกัน
แต่เมื่อถูกถามว่าในอดีตฉินเชียนหลี่ปฏิบัติต่อชาวบ้านอย่างไร ทุกคนล้วนบอกว่าฉินเชียนหลี่เคยเป็นคนดีมากมาก่อน
เซี่ยงจิ้งอดมิได้ที่จะสงสัย "ฉินเชียนหลี่ถูกพวกนอกด่านบีบบังคับหรือไม่?"
“ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ การทำให้เกิดความวุ่นวายในเมืองผิงหนิงก็อาจเป็นแผนการของพวกนอกด่านในการโจมตีเมืองด้วย”
“จู่ ๆ ฉินเชียนหลี่จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยได้อย่างไร?”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า "เรื่องนี้มีพิรุธบางอย่าง แต่เรายังมิสามารถบอกได้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...