การต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้นเดี๋ยวนั้น
แต่ในตอนนั้นเอง ราชาเผ่านอกด่านผู้ทรงอ่อนแอก็เอ่ยปากขึ้น
"หยุด..."
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา คนในกระโจมก็หยุดมือกันทันที
หล่างชิ่นขมวดคิ้ว ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาพันรอบฝ่ามือที่มีเลือดออกของราชาเผ่านอกด่านแล้วพูดด้วยความเป็นห่วงว่า
“เสด็จพ่อ ข้ารู้ว่าท่านห่วงใยหล่างมู่มาโดยตลอด แต่ครั้งนี้เขากลับพาลั่วชิงยวนมาที่นี่ และคิดประทุษร้ายท่าน เรื่องนี้มิอาจยกโทษให้ได้!”
ราชาเผ่านอกด่านขมวดคิ้ว "ลั่วชิงยวน?"
หล่างชิ่นตอบว่า "ใช่แล้ว นางมิเพียงแต่เป็นคนของแคว้นเทียนเชวียเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่ทัพผู้ปกป้องเมืองผิงหนิงในครั้งนี้ หากไม่มีนาง พวกเราคงตีเมืองผิงหนิงแตกไปนานแล้ว"
“สมาชิกของเผ่าเรานับมิถ้วนต้องตายไปด้วยน้ำมือของนาง!”
“แม้แต่เฉียนคุนก็ยังถูกนางฆ่า!”
หล่างชิ่นกล่าวและมองลั่วชิงยวนด้วยความเกลียดชังในดวงตา
ลั่วชิงยวนเห็นว่า คำพูดของราชาเผ่านอกด่านยังคงมีอำนาจอยู่ อย่างน้อยทหารที่นี่ก็ยังเชื่อฟังคำสั่งของราชาเผ่านอกด่าน
แม้แต่หล่างชิ่นก็ต้องแสร้งทำตัวเป็นลูกสาวผู้กตัญญูที่ห่วงใยราชาเผ่านอกด่าน
“ราชาเผ่านอกด่าน ข้ามิใช่ผู้พิทักษ์เมืองผิงหนิง เป็นเพียงหมอเท่านั้น”
“เพราะบังเอิญติดอยู่ในเมืองผิงหนิง ข้ามิอยากตาย จึงพยายามปกป้องเมืองอย่างสุดกำลัง ข้าเพียงแค่รู้วรยุทธบ้างก็เท่านั้น”
“พวกท่านเผ่านอกด่านน่าจะรู้จักเมืองผิงหนิงเป็นอย่างดี ท่านเคยเห็นแม่ทัพหญิงบ้างหรือไม่?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้หล่างชิ่นก็โกรธจัดและตะโกนว่า "อย่ามาทำเป็นไขสือ! ในเมื่อเจ้ายอมรับแล้วว่าเจ้ากำลังปกป้องเมืองอยู่ แล้วเหตุใดเจ้าถึงปล่อยให้หล่างมู่มีชีวิตอยู่เล่า? เจ้าตามเขามาจนถึงค่ายของเผ่านอกด่าน มิใช่ว่าต้องการทำร้ายราชาเผ่านอกด่านของเรารึ?!”
ลั่วชิงยวนมองไปยังราชาเผ่านอกด่านและอธิบายอย่างจริงจัง "ข้าเป็นเพียงหมอจริง ๆ ข้าช่วยองค์ชายหล่างมู่ด้วยแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัว ข้าหวังว่าจะรักษาความเจ็บป่วยของราชาเผ่านอกด่านได้ และอยากโน้มน้าวให้ท่านยุติสงคราม"
“หากองค์ชายหล่างมู่ยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นเทียนเชวียจริง ๆ และคิดนำคนของแคว้นเทียนเชวียมาที่นี่หวังทำร้ายราชาเผ่านอกด่าน คงมิพาข้ามาที่นี่เพียงผู้เดียวเช่นนี้”
"ในยามนี้ สิ่งที่จะปรากฏในค่ายเผ่านอกด่านของท่าน ควรเป็นกองทหารฝีมือดีของแคว้นเทียนเชวียไปแล้ว!"
คำอธิบายอย่างใจเย็นของลั่วชิงยวนทำให้หล่างชิ่นโกรธจนแทบคลั่ง
“ปากเก่งยิ่งนัก! เสด็จพ่อ ท่านอย่าได้เชื่อนางเด็ดขาด!”
“มีคนมากมายจับตาดูอยู่ หากข้ากล้าทำอะไรมิดีพวกท่านก็ปลิดชีพข้าได้ทันที”
หล่างชิ่นโกรธมากและจ้องมองไปที่ลั่วชิงยวน
ยังอยากจะพูดว่า “เสด็จพ่อ...”
บนเตียง ราชาเผ่านอกด่านจับจ้องลั่วชิงยวนมิวางตา ก่อนพูดขึ้นอย่างช้า ๆ "ให้นางลองรักษาข้าดูแล้วกัน"
หล่างชิ่นตกใจ แต่ก็มิกล้าคัดค้านอีก
ลั่วชิงยวนยังสังเกตเห็นว่า ราชาเผ่านอกด่านมองนางอยู่ตลอด สายตาเช่นนี้ชวนให้รู้สึกประหลาดใจ แปลก ๆ บางทีอาจเป็นเพราะราชาเผ่านอกด่านมีใบหน้าเหมือนลั่วไห่ผิง ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกอึดอัดใจ
นางเบือนสายตาก่อนจะนั่งยองลงแล้วรักษาราชาเผ่านอกด่านต่อไป
ท่ามกลางสายตานับมิถ้วน เลือดจากฝ่ามือของราชาเผ่านอกด่านหยดลงในชามทีละหยด
หล่างชิ่นมองดูฉากนี้ ก็มิได้คัดค้านอีกต่อไป
ปล่อยให้เลือดออกมากเช่นนี้ เสด็จพ่อจะยังมีชีวิตอยู่ต่อได้หรือ?
คราวนี้นางจะหั่นลั่วชิงยวนเป็นชิ้น ๆ ให้ได้เลยคอยดู!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...