หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 822

สรุปบท ตอนที่ 822: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

อ่านสรุป ตอนที่ 822 จาก หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดย Jaroen

บทที่ ตอนที่ 822 คืออีกหนึ่งตอนเด่นในนิยายโรแมนติกโบราณ หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ ที่นักอ่านห้ามพลาด การดำเนินเรื่องในตอนนี้จะทำให้คุณเข้าใจตัวละครมากขึ้น พร้อมกับพลิกสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เขียนโดย Jaroen อย่างเฉียบคมและลึกซึ้ง

“ท่านมันคนถ่อย!” ผู้อาวุโสหลายคนทั้งโกรธและร้อนใจ

นกอ้วนบนไหล่ของลู่เจาเจากระพือปีกบินไปที่ด้านข้างของไป๋เจ๋อ

ลำตัวกลมๆ และดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ

“นี่เจ้ายักษ์โง่ พูดได้หรือเปล่า”

ไป๋เจ๋อเหลือบมองอย่างเย่อหยิ่งราวกับไม่อยากใส่ใจ

วิหคดำพลันกระพือปีกพร้อมกับตะโกนออกมา “มันเป็นใบ้ มันเป็นใบ้!”

“เจ้าน่ะสิที่เป็นใบ้!” เสียงทุ้มลึกดังขึ้น ทำให้วิหคดำหดตัวด้วยความหวาดกลัว และบินกลับที่ไหล่ของลู่เจาเจาอย่างรวดเร็ว

“หนูกลัว หนูกลัวมากเลย”

“เจาเจา เจาเจา กอดหนูหน่อย ปลอบหนูหน่อย...” วิหคดำออดอ้อนเสียเต็มประดา

ร่างของไป๋เจ๋อส่องประกายแสงขาว เต็มไปด้วยกลิ่นอายสัตว์ร้ายในตำนาน

ดูทั้งลึกลับแต่สง่างดงาม

“วิหคดำ จะว่าไปแล้วเจ้าน่ะก็มีเลือดสัตว์ร้ายในตำนานหมุนเวียนอยู่ แต่เจ้าตกต่ำจนถึงขั้นยอมเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์เลยหรือ” เสียงทุ้มลึกของไป๋เจ๋อก้องกังวานราวกับเสียงระฆัง

วิหคดำพลันกระพือปีก และถูไปมาที่ตัวของลู่เจาเจาอย่างไม่ใส่ใจ

ทำให้ลู่เจาเจารู้สึกอบอุ่นใจทันที

นางหยิบเมล็ดพืชทิพย์ออกจากกระเป๋าหนึ่งกำมือแล้ววางลงบนโต๊ะ “จุ๊บจิ๊บ ค่อยๆ กินนะ” ก่อนจะเทชาน้ำพุวิญญาณให้มันอีกแก้วหนึ่ง

จากนั้นลู่เจาเจาจึงกระโดดลงจากเก้าอี้

และเดินไปทางไป๋เจ๋อ

“เจาเจา ระวังหน่อยนะ บรรพชนไป๋เจ๋อนิสัยไม่ค่อยดีน่ะ…” โหลวจิ่นถังกระซิบ

ผู้อาวุโสใหญ่รู้สึกกังวลเล็กน้อย กลัวว่าไป๋เจ๋อจะโกรธและทำร้ายผู้อื่นเข้า

ลู่เจาเจาหยิบเนื้อทิพย์ตากแห้งออกมา ก่อนจะถามอย่างแน่วแน่ “เสี่ยวไป๋เจ๋อ ข้าขอจับหางของเจ้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะยอมเอาเนื้อทิพย์แดดเดียวให้ก็ได้ อร่อยนะ…”

ไป๋เจ๋อเหลือบมองเล็กน้อย โอ้ เนื้อจิ้งจอกทิพย์หรือ...

ในสมัยโบราณเนื้อทิพย์เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ไร้ค่ามากที่สุดแล้ว แค่เนื้อทิพย์ไร้ค่า คิดอยากจะจับหางของข้างั้นหรือ

ผู้อาวุโสพูดขึ้นอย่างประหม่า “องค์หญิงเจาหยาง จุดต้องห้ามของบรรพชนไป๋เจ๋อคือหาง ข้าเกรงว่ามันอาจปลุกเร้าความชั่วร้ายในตัวของไป๋เจ๋อ ห้ามแตะหางเป็นอันขาด”

ลู่เจาเจาหยุดชั่วคราว ก่อนจะเปิดฝาขวดสุราบนโต๊ะ กลิ่นสุราทิพย์โชยขึ้นปะทะใบหน้าทันที

ไป๋เจ๋อ : …

เขากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่

ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของสัตว์ร้ายในตำนานไม่มีค่าอีกต่อไป

ลู่เจาเจาถอนหายใจเบาๆ ก่อนหยิบหญ้าจำนวนหนึ่งออกมาพร้อมกับแสงจางๆ ทำให้ดูเขียวเป็นพิเศษ

“หญ้าแสงจันทร์ เจ้าอยากกินหรือไม่”

หลังจากพูดจบ ลู่เจาเจาจึงตบศีรษะตนเองพลางพูดด้วยความโกรธ “ข้าลืมไปเลย ว่าไป๋เจ๋อกินเนื้อ ไม่กิน…” คำว่าผักยังไม่ทันหลุดออกมาจากปาก

“เอ๊ะ ท่านเคยบอกว่าหางคือจุดต้องห้ามของท่านไม่ใช่หรือ” ใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่เปลี่ยนเป็นสีเข้มราวตับหมู

ไป๋เจ๋อจึงตอบอย่างหมดท่า “เจ้ายังร่ายรำได้เลย แล้วจุดต้องห้ามของข้าจะไปสำคัญอะไร”

ผู้อาวุโสใหญ่ : ...

เมื่อเห็นมันเปลี่ยนจากเย่อหยิ่งเป็นสัตว์น่ารักอ่อนโยน ลู่เจาเจาแทบหลุดหัวเราะออกมา

หึ!

น่าโกรธนัก!

“องค์หญิงเจาหยาง ข้าขอถามความลับบางอย่าง ช่วยเผยให้ข้าฟังสักนิดได้หรือไม่” เมื่อเห็นลู่เจาเจากำลังสนุกสนาน ผู้อาวุโสจึงสบตากับทุกคนและก้าวเข้าไปถาม

ลู่เจาเจากำลังแกล้งไป๋เจ๋อด้วยหญ้าแสงจันทร์จึงตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ว่ามา”

“ท่านเป็นคนอัญเชิญเทพเจ้าเสียนถิงแห่งตระกูลหมิงด้วยหรือไม่” ทุกคนมองนางด้วยดวงตาลุกโชน

“ใช่” ลู่เจาเจาไม่คิดปิดบังเรื่องนั้น

ทุกคนมองหน้ากันอย่างเคร่งขรึม

ฮ่องเต้เฒ่า ท่านทำผิดพลาดแล้ว!

“ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหมิงได้รับศิลาวิญญาณชั้นดีสองอัน ท่านรู้หรือไม่ว่ามันมาจากที่ใด นั่นถือเป็นเรื่องราวโอกาสที่ดีงาม แต่กลับไม่มีข่าวคราวบ้างเลย” ผู้อาวุโสตระกูลโหลวหลายคนได้ยินว่าตระกูลหมิงได้ครอบครองศิลาวิญญาณชั้นดีสองอัน พวกเขาจึงนึกอิจฉาอยู่ทั้งคืน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์